เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)
สารบัญในมาตรานี้
นิยาม
DPO ย่อมาจาก Data Protection Officer ในภาษาอังกฤษ — เป็นศัพท์ที่ใช้แพร่หลายในมาตรฐานสากลและในตำราภาษาไทยเรียกทับศัพท์ว่า "DPO"
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) คือบุคคลที่ผู้ควบคุมข้อมูลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลแต่งตั้งให้ทำหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล + ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูล + เป็นจุดติดต่อสำหรับเจ้าของข้อมูลและสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับ DPO ไว้ใน มาตรา 41 (เงื่อนไขการแต่งตั้ง) และ มาตรา 42 (หน้าที่ของ DPO)
ลักษณะของ DPO ตาม มาตรา 41 วรรคท้าย:
- อาจเป็น พนักงานในองค์กร ของผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล หรือ
- อาจเป็น ผู้รับจ้างให้บริการตามสัญญา กับองค์กร (จ้างจากภายนอก)
- คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมโดยคำนึงถึงความรู้/ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูล
ตัวอย่าง
3 กรณีที่ต้องแต่งตั้ง DPO ตาม มาตรา 41 วรรคหนึ่ง
-
หน่วยงานของรัฐ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (มาตรา 41 (1))
- ตัวอย่าง: กระทรวง กรม รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มหาวิทยาลัยของรัฐ — ตามที่คณะกรรมการกำหนดประเภท
-
กิจกรรมที่ต้องตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลหรือระบบสม่ำเสมอ + มีข้อมูลจำนวนมาก (มาตรา 41 (2))
- ตัวอย่าง: แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ที่มีลูกค้าหลายล้านคน + แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ติดตามพฤติกรรมผู้ใช้ + ธนาคารหรือบริษัทประกันที่มีลูกค้ารายย่อยจำนวนมาก
- เงื่อนไข: "จำนวนมาก" ตามที่คณะกรรมการกำหนดเกณฑ์
-
กิจกรรมหลักเป็นการประมวลผลข้อมูลอ่อนไหว (มาตรา 41 (3))
- ตัวอย่าง: โรงพยาบาล คลินิกขนาดใหญ่ ห้องปฏิบัติการตรวจสารพันธุกรรม สหภาพแรงงาน องค์กรศาสนา องค์กรการเมือง — ที่ข้อมูลอ่อนไหวเป็น "กิจกรรมหลัก" ไม่ใช่กิจกรรมรอง
DPO ร่วมในเครือกิจการ (มาตรา 41 วรรคสอง)
- ตัวอย่าง: เครือบริษัทแม่-ลูกที่มี 5 บริษัทย่อยภายใต้กลุ่มเดียวกัน — สามารถใช้ DPO ร่วมคนเดียวสำหรับทั้งกลุ่มได้ — แต่สถานที่ทำการแต่ละแห่งต้องติดต่อ DPO ได้โดยง่าย
- ตัวอย่างหน่วยงานรัฐ: กระทรวงขนาดใหญ่ที่มีหลายกรม — กรณีที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่หรือมีสถานที่ทำการหลายแห่ง (มาตรา 41 วรรคสาม)
หน้าที่ของ DPO ตาม มาตรา 42
DPO มีหน้าที่อย่างน้อย:
- ให้คำแนะนำ แก่ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล + พนักงาน เกี่ยวกับการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.
- ตรวจสอบ การดำเนินงานของผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.
- ประสานงานและให้ความร่วมมือ กับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- รักษาความลับ ของข้อมูลที่ล่วงรู้ในการปฏิบัติหน้าที่
- เป็นจุดติดต่อ สำหรับเจ้าของข้อมูลในการใช้สิทธิ์ตามหมวด 3
มาตราที่เกี่ยวข้อง
เงื่อนไขและหน้าที่:
- มาตรา 41 — ⭐ มาตราหลัก: 3 กรณีที่ต้องแต่งตั้ง DPO + DPO ร่วมในเครือกิจการ + คุณสมบัติ + ลักษณะการจ้าง (พนักงานหรือผู้รับจ้าง)
- มาตรา 42 — หน้าที่ของ DPO 5 ข้อ + การห้ามให้ออกเพราะปฏิบัติหน้าที่
ความสัมพันธ์กับหน้าที่อื่นของผู้ควบคุม:
- มาตรา 37 — หน้าที่ของผู้ควบคุมในการจัดมาตรการคุ้มครองและแจ้งเหตุละเมิด — DPO มีบทบาทประสานงานในการแจ้งเหตุละเมิด
- มาตรา 38 — ตัวแทนของผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลที่อยู่ต่างประเทศ — ต่างจาก DPO (ตัวแทนตาม มาตรา 38 รับมอบอำนาจ ขณะที่ DPO เป็นจุดติดต่อและที่ปรึกษา)
การบังคับใช้:
- มาตรา 71 — ในการร้องเรียน เจ้าของข้อมูลสามารถผ่าน DPO หรือร้องตรงต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ
ประกาศที่เกี่ยวข้อง
-
หมายเหตุ
- DPO ≠ ตัวแทนของผู้ควบคุมต่างประเทศ: ตัวแทนตาม มาตรา 38 เป็นบุคคลที่ผู้ควบคุมต่างประเทศแต่งตั้งให้รับมอบอำนาจในราชอาณาจักร — DPO เป็นบทบาทกำกับดูแลและที่ปรึกษาที่ใช้กับทุกผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล (ไทยหรือต่างประเทศ) ที่เข้าเงื่อนไข มาตรา 41
- DPO ภายในหรือภายนอก: มาตรา 41 วรรคท้ายให้ทางเลือกระหว่างพนักงานในองค์กรหรือผู้รับจ้างให้บริการจากภายนอก — ไม่บังคับเลือกรูปแบบใด แต่ต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ตาม มาตรา 42 ได้
- การห้ามให้ออก: มาตรา 42 วรรคสองห้ามผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลให้ DPO ออกหรือเลิกสัญญาเพราะ DPO ปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ. — เพื่อรักษาความเป็นอิสระของ DPO ในการตรวจสอบและรายงาน
- หน้าที่แจ้งให้ทราบ: มาตรา 41 วรรคห้าบังคับให้ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลแจ้งข้อมูลของ DPO + สถานที่ติดต่อ + วิธีการติดต่อ ให้เจ้าของข้อมูลและสำนักงานทราบ
- เทียบกับ GDPR: สอดคล้องกับ DPO ตาม GDPR Art. 37-39 — เกือบสมมาตร 1:1 ใน 3 เงื่อนไขที่ต้องแต่งตั้ง (หน่วยงานรัฐ / ตรวจสอบบุคคลขนาดใหญ่ / ประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวขนาดใหญ่) + หน้าที่ของ DPO + การห้ามให้ออกเพราะปฏิบัติหน้าที่
- DPO ของผู้ประมวลผล: มาตรา 41 บังคับ DPO ทั้งสำหรับผู้ควบคุมและผู้ประมวลผล — ผู้ประมวลผลขนาดใหญ่ที่ประมวลผลข้อมูลของลูกค้าหลายรายต้องแต่งตั้ง DPO เอง (ไม่พึ่ง DPO ของลูกค้าผู้ควบคุม)