ประกาศ เรื่อง หน่วยงานของรัฐซึ่งต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2566

3 แนวคิดที่เกี่ยวข้อง · 3 มาตราอ้างอิง
สารบัญในหน้านี้
  1. ใจความสำคัญ
  2. ตัวบท
  3. เหตุผลและฐานอำนาจ
  4. เอกสารต้นฉบับ
  5. แนวคิดที่เกี่ยวข้อง

ใจความสำคัญ

ประกาศฉบับนี้เป็นประกาศฉบับแรกที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้อำนาจตาม มาตรา 41 (1) กำหนดตัวผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็น "หน่วยงานของรัฐ" ซึ่งต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของตน โดยระยะแรกกำหนดเฉพาะหน่วยงานของรัฐที่มีความพร้อมและมีลักษณะที่จำเป็นก่อน และจะกำหนดหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นเพิ่มเติมตามความเหมาะสมต่อไป

ตัวบท

ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า "ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2566"

ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3 เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ตามที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายประกาศนี้ จัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของตนนับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ

ข้อ 4 เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานของรัฐอาจปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจอื่นได้ แต่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐต้องรับรองกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลว่าหน้าที่หรือภารกิจดังกล่าวต้องไม่ขัดหรือแย้งต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ 5 ให้ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้รักษาการตามประกาศนี้

ประกาศ ณ วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566

เธียรชัย ณ นคร ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บัญชีท้ายประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2566

  1. สำนักนายกรัฐมนตรี
    • 1.1 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
  2. กระทรวงการคลัง
    • 2.1 กรมบัญชีกลาง
    • 2.2 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
  3. กระทรวงการต่างประเทศ
    • 3.1 กรมการกงสุล
  4. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
    • 4.1 กรมการท่องเที่ยว
  5. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
    • 5.1 สำนักงานปลัดกระทรวง
    • 5.2 กรมกิจการเด็กและเยาวชน
    • 5.3 กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
  6. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
    • 6.1 กรมส่งเสริมการเกษตร
    • 6.2 สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
  7. กระทรวงคมนาคม
    • 7.1 กรมการขนส่งทางบก
    • 7.2 กรมท่าอากาศยาน
  8. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
    • 8.1 สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
    • 8.2 สำนักงานสถิติแห่งชาติ
  9. กระทรวงพาณิชย์
    • 9.1 กรมทรัพย์สินทางปัญญา
    • 9.2 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  10. กระทรวงมหาดไทย
    • 10.1 กรมการปกครอง
    • 10.2 กรมการพัฒนาชุมชน
    • 10.3 กรมที่ดิน
  11. กระทรวงแรงงาน
    • 11.1 กรมการจัดหางาน
    • 11.2 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
    • 11.3 สำนักงานประกันสังคม
  12. กระทรวงศึกษาธิการ
    • 12.1 สำนักงานปลัดกระทรวง
    • 12.2 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • 12.3 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
  13. กระทรวงสาธารณสุข
    • 13.1 สำนักงานปลัดกระทรวง
    • 13.2 กรมการแพทย์
    • 13.3 กรมควบคุมโรค
    • 13.4 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
    • 13.5 กรมสุขภาพจิต
    • 13.6 กรมอนามัย
  14. หน่วยงานอื่นของรัฐ
    • 14.1 กรุงเทพมหานคร
    • 14.2 กองทุนการออมแห่งชาติ
    • 14.3 กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
    • 14.4 กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
    • 14.5 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
    • 14.6 การประปานครหลวง
    • 14.7 การประปาส่วนภูมิภาค
    • 14.8 การไฟฟ้านครหลวง
    • 14.9 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
    • 14.10 การรถไฟแห่งประเทศไทย
    • 14.11 คุรุสภา
    • 14.12 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
    • 14.13 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย
    • 14.14 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
    • 14.15 ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
    • 14.16 ธนาคารแห่งประเทศไทย
    • 14.17 ธนาคารออมสิน
    • 14.18 ธนาคารอาคารสงเคราะห์
    • 14.19 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
    • 14.20 บริษัท ขนส่ง จำกัด
    • 14.21 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)
    • 14.22 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด
    • 14.23 มหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่มีสถานพยาบาลในสังกัด
    • 14.24 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
    • 14.25 สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน)
    • 14.26 สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)
    • 14.27 สถาบันคุ้มครองเงินฝาก
    • 14.28 สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
    • 14.29 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
    • 14.30 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
    • 14.31 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
    • 14.32 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
    • 14.33 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    • 14.34 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
    • 14.35 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

เหตุผลและฐานอำนาจ

โดยที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ สมควรกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของตน โดยในระยะแรกเห็นควรกำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่มีความพร้อมและมีลักษณะที่จำเป็นต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งจะได้กำหนดหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นเพิ่มเติมตามความเหมาะสมต่อไป

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 16 (4) ประกอบ มาตรา 41 (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงออกประกาศไว้

เอกสารต้นฉบับ