ประกาศ เรื่อง หน่วยงานของรัฐซึ่งต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2566
สารบัญในหน้านี้
ใจความสำคัญ
ประกาศฉบับนี้เป็นประกาศฉบับแรกที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้อำนาจตาม มาตรา 41 (1) กำหนดตัวผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็น "หน่วยงานของรัฐ" ซึ่งต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของตน โดยระยะแรกกำหนดเฉพาะหน่วยงานของรัฐที่มีความพร้อมและมีลักษณะที่จำเป็นก่อน และจะกำหนดหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นเพิ่มเติมตามความเหมาะสมต่อไป
- หน่วยงานของรัฐที่ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: 66 รายการตามบัญชีท้ายประกาศ ครอบคลุมหน่วยงานในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีและ 12 กระทรวง (31 รายการ) กับหน่วยงานอื่นของรัฐ เช่น กรุงเทพมหานคร ธนาคารของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานกำกับดูแล (35 รายการ)
- หน้าที่เกิดขึ้นนับแต่วันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ (ข้อ 3)
- เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานของรัฐอาจปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจอื่นได้ แต่หน่วยงานต้องรับรองกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลว่าหน้าที่หรือภารกิจนั้นไม่ขัดหรือแย้งต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ข้อ 4)
- ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 140 ตอนพิเศษ 174 ง วันที่ 18 กรกฎาคม 2566 · ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วัน = มีผลใช้บังคับ 16 ตุลาคม 2566
- ต่อมามีประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 กำหนดหน่วยงานราชการส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นบางรูปแบบเพิ่มเติม
ตัวบท
ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า "ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2566"
ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ตามที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายประกาศนี้ จัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของตนนับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ
ข้อ 4 เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานของรัฐอาจปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจอื่นได้ แต่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐต้องรับรองกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลว่าหน้าที่หรือภารกิจดังกล่าวต้องไม่ขัดหรือแย้งต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 5 ให้ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้รักษาการตามประกาศนี้
ประกาศ ณ วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566
เธียรชัย ณ นคร ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บัญชีท้ายประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2566
- สำนักนายกรัฐมนตรี
- 1.1 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
- กระทรวงการคลัง
- 2.1 กรมบัญชีกลาง
- 2.2 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
- กระทรวงการต่างประเทศ
- 3.1 กรมการกงสุล
- กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
- 4.1 กรมการท่องเที่ยว
- กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- 5.1 สำนักงานปลัดกระทรวง
- 5.2 กรมกิจการเด็กและเยาวชน
- 5.3 กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- 6.1 กรมส่งเสริมการเกษตร
- 6.2 สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
- กระทรวงคมนาคม
- 7.1 กรมการขนส่งทางบก
- 7.2 กรมท่าอากาศยาน
- กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- 8.1 สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
- 8.2 สำนักงานสถิติแห่งชาติ
- กระทรวงพาณิชย์
- 9.1 กรมทรัพย์สินทางปัญญา
- 9.2 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- กระทรวงมหาดไทย
- 10.1 กรมการปกครอง
- 10.2 กรมการพัฒนาชุมชน
- 10.3 กรมที่ดิน
- กระทรวงแรงงาน
- 11.1 กรมการจัดหางาน
- 11.2 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
- 11.3 สำนักงานประกันสังคม
- กระทรวงศึกษาธิการ
- 12.1 สำนักงานปลัดกระทรวง
- 12.2 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- 12.3 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
- กระทรวงสาธารณสุข
- 13.1 สำนักงานปลัดกระทรวง
- 13.2 กรมการแพทย์
- 13.3 กรมควบคุมโรค
- 13.4 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
- 13.5 กรมสุขภาพจิต
- 13.6 กรมอนามัย
- หน่วยงานอื่นของรัฐ
- 14.1 กรุงเทพมหานคร
- 14.2 กองทุนการออมแห่งชาติ
- 14.3 กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
- 14.4 กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
- 14.5 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
- 14.6 การประปานครหลวง
- 14.7 การประปาส่วนภูมิภาค
- 14.8 การไฟฟ้านครหลวง
- 14.9 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
- 14.10 การรถไฟแห่งประเทศไทย
- 14.11 คุรุสภา
- 14.12 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
- 14.13 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย
- 14.14 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
- 14.15 ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
- 14.16 ธนาคารแห่งประเทศไทย
- 14.17 ธนาคารออมสิน
- 14.18 ธนาคารอาคารสงเคราะห์
- 14.19 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
- 14.20 บริษัท ขนส่ง จำกัด
- 14.21 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)
- 14.22 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด
- 14.23 มหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่มีสถานพยาบาลในสังกัด
- 14.24 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
- 14.25 สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน)
- 14.26 สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)
- 14.27 สถาบันคุ้มครองเงินฝาก
- 14.28 สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
- 14.29 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
- 14.30 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
- 14.31 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
- 14.32 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
- 14.33 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- 14.34 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
- 14.35 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
เหตุผลและฐานอำนาจ
โดยที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ สมควรกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของตน โดยในระยะแรกเห็นควรกำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่มีความพร้อมและมีลักษณะที่จำเป็นต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งจะได้กำหนดหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นเพิ่มเติมตามความเหมาะสมต่อไป
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 16 (4) ประกอบ มาตรา 41 (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงออกประกาศไว้