ประกาศ เรื่อง การยกเว้นการจัดทำบันทึกรายการของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็ก พ.ศ. 2567
สารบัญในหน้านี้
ใจความสำคัญ
ประกาศฉบับนี้ยกเว้นหน้าที่จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล (ROPA) ตาม มาตรา 40 วรรคหนึ่ง (3) ให้แก่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็ก — เป็นข้อยกเว้นของหน้าที่ตาม ประกาศหลักเกณฑ์การจัดทำบันทึกรายการของผู้ประมวลผล พ.ศ. 2565 และเป็นคู่ขนานฝั่งผู้ประมวลผลของ ประกาศการยกเว้นการบันทึกรายการของผู้ควบคุมซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็ก พ.ศ. 2567 ที่ออกพร้อมกัน
- นิยาม "กิจการขนาดเล็ก" 8 ประเภทเดียวกับฝั่งผู้ควบคุม (ข้อ 3): วิสาหกิจขนาดย่อม/ขนาดกลาง · วิสาหกิจชุมชนหรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน · วิสาหกิจเพื่อสังคมหรือกลุ่มกิจการเพื่อสังคม · สหกรณ์ ชุมนุมสหกรณ์ หรือกลุ่มเกษตรกร · มูลนิธิ สมาคม องค์กรศาสนา หรือองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร · นิติบุคคลอาคารชุดหรือนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร · กิจการในครัวเรือน · กิจการที่ดำเนินการโดยผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นบุคคลธรรมดา
- เงื่อนไข (ข้อ 4 วรรคหนึ่ง): ต้องไม่มีหน้าที่จัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของตนตาม มาตรา 41 (1) (2) หรือ (3) — มาตรานี้กำหนดหน้าที่จัดให้มี DPO กับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงเช่นเดียวกับผู้ควบคุม
- ข้อจำกัดการยกเว้น (ข้อ 4 วรรคสอง): ยังต้องจัดทำบันทึกรายการเฉพาะกรณีที่การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลมีลักษณะใดลักษณะหนึ่ง: มีความเสี่ยงกระทบสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล · มิใช่การประมวลผลเป็นครั้งคราว · เป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม มาตรา 26 (ข้อมูลอ่อนไหว)
- ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (8 มกราคม 2568) — มีผล 9 มกราคม 2568 (ต่างจากฝั่งผู้ควบคุมที่มีระยะเปลี่ยนผ่าน 90 วัน)
ตัวบท
ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า "ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง การยกเว้นการจัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็ก พ.ศ. 2567"
ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็ก ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องจัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตาม มาตรา 40 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 จะต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) เป็นวิสาหกิจขนาดย่อมหรือวิสาหกิจขนาดกลางตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
(2) เป็นวิสาหกิจชุมชนหรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน
(3) เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมหรือกลุ่มกิจการเพื่อสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม
(4) เป็นสหกรณ์ ชุมนุมสหกรณ์ หรือกลุ่มเกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์
(5) เป็นมูลนิธิ สมาคม องค์กรศาสนา หรือองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร
(6) เป็นนิติบุคคลอาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด หรือนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน
(7) เป็นกิจการในครัวเรือนหรือกิจการอื่นในลักษณะเดียวกัน
(8) เป็นกิจการที่ดำเนินการโดยผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นบุคคลธรรมดา
ข้อ 4 ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็กที่ได้รับยกเว้นตามข้อ 3 จะต้องไม่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีหน้าที่จัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของตน ตาม มาตรา 41 (1) (2) หรือ (3) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็กที่ได้รับยกเว้นตามข้อ 3 จะต้องจัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตาม มาตรา 40 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เฉพาะกรณีที่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(2) มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว (occasional collection, use, or disclosure of personal data)
(3) เป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม มาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ข้อ 5 ให้ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้รักษาการตามประกาศนี้
ประกาศ ณ วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567
เธียรชัย ณ นคร
ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เหตุผลและฐานอำนาจ
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์การยกเว้นการจัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็ก
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 16 (4) และ มาตรา 40 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงออกประกาศไว้
เอกสารต้นฉบับ
(ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 5 ง หน้า 21-22 วันที่ 8 มกราคม 2568 · มีผลวันถัดจากวันประกาศ = 9 มกราคม 2568 · ข้อความในตัวบทถอดจาก PDF ด้วย glyph map ระดับ glyph ID เพราะฟอนต์ฝังของไฟล์ให้ข้อความเพี้ยน — ตรวจทานกับภาพเอกสารจริงแล้ว)