ประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ พ.ศ. 2568
สารบัญในหน้านี้
ใจความสำคัญ
ประกาศฉบับนี้คือหลักเกณฑ์กลางที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญต้องใช้เมื่อจะออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองตาม มาตรา 90 — เป็นฉบับปรับปรุงที่ยกเลิกหลักเกณฑ์เดิมทั้งฉบับ พ.ศ. 2565 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567 แล้ววางกระบวนการใหม่ทั้งชุด ตั้งแต่ปัจจัยที่ต้องชั่งน้ำหนัก ระดับการลงโทษ รูปแบบคำสั่ง ไปจนถึงการบังคับชำระค่าปรับ
- ยกเลิกประกาศหลักเกณฑ์โทษปรับทางปกครองฉบับ พ.ศ. 2565 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567 (ข้อ 3) โดยมีบทเฉพาะกาลรองรับคำสั่งและการดำเนินการที่ค้างอยู่ (ข้อ 18-20)
- นิยามคำสำคัญของกระบวนการบังคับทางปกครอง: ค่าปรับ ยึด อายัด การขายทอดตลาด และ "เจ้าพนักงานบังคับทางปกครอง" ซึ่งเลขาธิการแต่งตั้งจากพนักงานหรือลูกจ้างของสำนักงานฯ (ข้อ 4)
- การแจ้งคำสั่งและกำหนดนัดทำเป็นหนังสือหรือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ กรณีฉุกเฉินหรือคู่กรณีแสดงความจำนงไว้ แจ้งทางโทรสารหรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ได้ (ข้อ 6-7)
- การพิจารณาออกคำสั่งต้องคำนึงถึงปัจจัย 14 ข้อ (ข้อ 9) เช่น เจตนาหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ความร้ายแรงของพฤติกรรม ขนาดกิจการ มูลค่าความเสียหาย ประวัติการถูกลงโทษ การเยียวยาเมื่อทราบเหตุ และการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
- การลงโทษแบ่ง 2 ระดับ (ข้อ 10): กรณีไม่ร้ายแรง ให้สั่งแก้ไขหรือตักเตือนก่อน — ตักเตือน/สั่งให้แก้ไขภายในเวลาที่กำหนด สั่งห้ามกระทำการที่ก่อความเสียหาย หรือสั่งจำกัดการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูล · กรณีร้ายแรงหรือคำสั่งแรกไม่เป็นผล ให้ลงโทษปรับทางปกครอง โดยจะสั่งมาตรการข้างต้นควบคู่ด้วยก็ได้
- คำสั่งลงโทษปรับต้องทำเป็นหนังสือ ระบุข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ข้อพิจารณาการใช้ดุลพินิจ และรายละเอียดการปฏิบัติตามคำสั่ง (ข้อ 11-12)
- ไม่ชำระค่าปรับ: เจ้าพนักงานบังคับทางปกครองมีหนังสือเตือน (ไม่น้อยกว่า 7 วัน) แล้วบังคับตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง รวมถึงยึด อายัด ขายทอดตลาดทรัพย์สิน หากบังคับไม่ได้ให้ฟ้องศาลปกครองเพื่อบังคับชำระ (ข้อ 13)
- คำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามประกาศนี้ เป็นที่สุด (ข้อ 14)
- ประกาศนี้ทำงานคู่กับ ระเบียบว่าด้วยการยื่น การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565 (หมวดเดียวกัน) ซึ่งข้อ 16 ของระเบียบดังกล่าวส่งให้ลงโทษปรับทางปกครองตามหลักเกณฑ์ฉบับนี้
ตัวบท
ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า "ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ พ.ศ. 2568"
ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิก
(1) ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ พ.ศ. 2565
(2) ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567
ข้อ 4 ในประกาศนี้
"การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครอง" หมายความว่า การดำเนินการที่เกี่ยวกับการพิจารณาสั่งลงโทษปรับทางปกครองกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลใดที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือคำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ
"ค่าปรับ" หมายความว่า เงินค่าปรับทางปกครองที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองตามประกาศนี้
"ยึด" หมายความว่า การกระทำใด ๆ ต่อทรัพย์สินของผู้ถูกลงโทษปรับทางปกครอง เพื่อให้ทรัพย์สินนั้นได้เข้ามาอยู่ในความควบคุมหรือครอบครองของเจ้าพนักงานบังคับทางปกครอง
"อายัด" หมายความว่า การสั่งมิให้ผู้ถูกลงโทษปรับทางปกครองหรือบุคคลอื่นดำเนินการจำหน่ายจ่ายโอนหรือกระทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือสิทธิเรียกร้องที่ได้สั่งอายัดไว้ รวมตลอดถึงการสั่งมิให้บุคคลภายนอกส่งมอบทรัพย์สิน หรือชำระหนี้แก่ผู้ถูกลงโทษปรับทางปกครอง แต่ให้ส่งมอบทรัพย์สินหรือชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานบังคับทางปกครอง ณ ที่ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับทางปกครองกำหนด
"การขายทอดตลาด" หมายความว่า การนำทรัพย์สินของผู้ถูกลงโทษปรับทางปกครองออกขายโดยวิธีให้สู้ราคากันโดยเปิดเผย
"เจ้าพนักงานบังคับทางปกครอง" หมายความว่า พนักงานหรือลูกจ้างของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานบังคับทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
"คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ" หมายความว่า คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
"พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 5 ในการพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครอง และการยึด อายัด หรือขายทอดตลาดที่เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการบังคับทางปกครอง นอกจากที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ให้นำกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 6 การแจ้งมาตรการบังคับทางปกครองและคำสั่งลงโทษปรับทางปกครอง การแจ้งกำหนดนัด หรือการดำเนินการอย่างอื่นภายใต้ประกาศนี้ ให้กระทำเป็นหนังสือหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้
ข้อ 7 ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วน หรือในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องได้แสดงความจำนงไว้ก่อนล่วงหน้าว่าให้แจ้งด้วยวิธีอื่นได้ การแจ้งมูลความผิด การแจ้งกำหนดนัด การแจ้งคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองหรือคำสั่งอื่นของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ การแจ้งผลการพิจารณา หรือการดำเนินการอย่างอื่นตามประกาศนี้ จะใช้วิธีการแจ้งทางโทรสาร ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีอื่นตามที่ผู้นั้นได้แจ้งความจำนงไว้ก็ได้ แต่ต้องมีหลักฐานการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้
ให้ถือว่าผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องได้รับแจ้งตามวันและเวลาที่ปรากฏในหลักฐานการส่งโทรสาร ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีอื่นนั้นโดยทันที เว้นแต่จะสามารถพิสูจน์ได้ในภายหลังว่าผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องไม่ได้รับแจ้งตามวิธีการดังกล่าว
ข้อ 8 เมื่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่รับผิดชอบทราบจากพนักงานเจ้าหน้าที่ว่า ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือคำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตาม มาตรา 74 ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญดำเนินการออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองหรือใช้มาตรการบังคับทางปกครองตามที่ระบุในประกาศนี้ต่อไป
ข้อ 9 ในการพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองหรือใช้มาตรการบังคับทางปกครองหรือการดำเนินการอื่นใดตามประกาศนี้ ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญคำนึงถึงปัจจัย ดังต่อไปนี้
(1) รายละเอียดการกระทำผิดที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่เป็นการกระทำผิดโดยเจตนาหรือจงใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือขาดความระมัดระวังตามสมควร
(2) ความร้ายแรงของพฤติกรรมที่กระทำผิด
(3) ขนาดกิจการของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
(4) ผลของมาตรการลงโทษปรับทางปกครองที่จะบังคับว่าจะได้ช่วยบรรเทาความเสียหายหรือความเดือดร้อนแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ เพียงใด
(5) ประโยชน์ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะได้รับจากมาตรการลงโทษปรับทางปกครอง และผลกระทบต่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและผลกระทบในวงกว้างต่อธุรกิจหรือกิจการอื่นที่เกี่ยวข้อง
(6) มูลค่าความเสียหายและความร้ายแรงที่เกิดจากการกระทำผิดนั้น
(7) ระดับโทษปรับทางปกครองและมาตรการบังคับทางปกครองที่เคยใช้กับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่นในความผิดทำนองเดียวกัน (ถ้ามี)
(8) ประวัติการถูกลงโทษปรับทางปกครองและใช้มาตรการบังคับทางปกครองของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นนิติบุคคล ให้หมายความรวมถึงประวัติการถูกลงโทษปรับทางปกครองของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำของนิติบุคคลนั้นด้วย
(9) ระดับความรับผิดชอบและมาตรฐานของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในขณะที่มีการกระทำความผิด
(10) การดำเนินการตามประมวลจริยธรรม แนวปฏิบัติทางธุรกิจ หรือมาตรฐานในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในขณะที่มีการกระทำความผิด
(11) การเยียวยาและบรรเทาความเสียหายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อทราบเหตุที่กระทำความผิด
(12) การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อเยียวยาความเสียหายให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(13) เหตุผล ข้อจำกัด มาตรฐานการดำเนินงาน และพฤติการณ์อื่นที่เกี่ยวข้องของผู้ที่กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือคำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ
(14) ข้อเท็จจริงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 10 ในการพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครอง ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาออกคำสั่งตามระดับของความร้ายแรงของการกระทำความผิดและความเหมาะสมในการปรับใช้มาตรการลงโทษ ดังนี้
(1) กรณีไม่ร้ายแรง
ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมีคำสั่งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องแก้ไขหรือตักเตือนในเบื้องต้นก่อน โดยอาจดำเนินการ ดังนี้
(ก) ตักเตือนหรือสั่งให้ปฏิบัติหรือดำเนินการแก้ไข หยุด ระงับ ละเว้น หรืองดเว้นการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยคำสั่งดังกล่าวต้องมีรายละเอียด เหตุผล และวัตถุประสงค์ของคำสั่งอย่างชัดเจนว่าจะต้องแก้ไขและดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างไร
(ข) สั่งห้ามกระทำการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือให้กระทำการใดเพื่อระงับความเสียหายนั้นภายในระยะเวลาที่กำหนด
(ค) สั่งจำกัดการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการกระทำผิดไว้เพื่อระงับความเสียหายนั้นภายในระยะเวลาที่กำหนด
คำสั่งตาม (ก) (ข) หรือ (ค) อาจกำหนดเงื่อนไขหรือวิธีการปรับปรุงบุคลากร กระบวนการ หรือเทคโนโลยี ให้มีประสิทธิภาพและความเหมาะสมตามที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเห็นสมควร
(2) กรณีร้ายแรง หรือคำสั่งตาม (1) ไม่เป็นผล
ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมีคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงความร้ายแรงและพฤติการณ์อื่นในการลงโทษปรับทางปกครองตามที่เห็นสมควร และอาจมีคำสั่งตาม (1) (ก) (ข) หรือ (ค) ด้วยก็ได้
ข้อ 11 คำสั่งลงโทษปรับทางปกครองของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญในข้อ 10 ให้ทำเป็นหนังสือโดยระบุวัน เดือน ปี ที่ออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครอง และให้ประธานกรรมการผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ลงนามแทน
ข้อ 12 คำสั่งลงโทษปรับทางปกครองตามข้อ 10 ต้องมีรายละเอียดการพิจารณาและเหตุผลที่มีคำสั่ง โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วย
(1) ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญในการกระทำผิด
(2) ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(3) ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ
(4) รายละเอียดของการปฏิบัติตามคำสั่ง
ข้อ 13 เมื่อถึงกำหนดให้ชำระค่าปรับตามคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองแล้ว หากผู้ถูกลงโทษปรับทางปกครองไม่ดำเนินการชำระค่าปรับโดยถูกต้องครบถ้วนตามคำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานบังคับทางปกครอง เพื่อมีหนังสือเตือนให้ผู้ถูกลงโทษปรับทางปกครองชำระค่าปรับภายในเวลาที่กำหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
เมื่อครบกำหนดเวลาให้นำเงินมาชำระค่าปรับตามหนังสือแจ้งเตือนแล้ว หากผู้ถูกลงโทษปรับทางปกครองไม่ชำระค่าปรับหรือชำระค่าปรับไม่ครบถ้วน ให้เจ้าพนักงานบังคับทางปกครองนำบทบัญญัติเกี่ยวกับการบังคับทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้ ในกรณีที่ต้องมีการยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ถูกลงโทษปรับทางปกครองเพื่อบังคับตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสั่งยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินเพื่อการนั้น
ในกรณีที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการบังคับตามคำสั่ง หรือมีแต่ไม่สามารถดำเนินการบังคับทางปกครองได้ ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อบังคับชำระค่าปรับ
ข้อ 14 คำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามประกาศนี้ให้เป็นที่สุด
ข้อ 15 การรับเงิน การนำส่งเงิน การเก็บรักษาเงินและการเบิกจ่ายเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้ดำเนินการตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด
ข้อ 16 เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินให้หักชำระค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินก่อนนำมาชำระเป็นเงินค่าปรับที่ผู้ถูกลงโทษปรับทางปกครองต้องชำระ กรณีที่มีเงินเหลือให้คืนเงินที่เหลือนั้นให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินดังกล่าวตามกฎหมาย
ข้อ 17 ในการดำเนินการตามประกาศนี้ ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ พนักงานเจ้าหน้าที่ และเจ้าพนักงานบังคับทางปกครองใช้ความระมัดระวังในการใช้อำนาจตามประกาศนี้ โดยคำนึงถึงพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พยานแวดล้อม ประมวลจริยธรรม มาตรฐานวิชาชีพ แนวปฏิบัติของธุรกิจ หรือกิจการแต่ละประเภทกฎหมายที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลพึงกระทำตามหน้าที่ ผลกระทบในวงกว้างทั้งต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และธุรกิจหรือการดำเนินการของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสำคัญ
ข้อ 18 บรรดาประกาศ คำสั่ง หรือมติ ตลอดจนการดำเนินการใดที่อ้างถึงเจ้าหน้าที่บังคับโทษปรับทางปกครองตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ พ.ศ. 2565 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567 ให้ถือว่าอ้างถึงเจ้าพนักงานบังคับทางปกครองตามประกาศนี้
ข้อ 19 คำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ออกตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ พ.ศ. 2565 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567 ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นคำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามประกาศนี้ และให้ดำเนินการตามที่ระบุไว้ในคำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญนั้นต่อไป
ข้อ 20 การใดที่ได้ดำเนินการไปตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ พ.ศ. 2565 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567 ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับและยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ให้ดำเนินการต่อไปตามประกาศนี้
ข้อ 21 ให้ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้รักษาการตามประกาศนี้
ประกาศ ณ วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568
เธียรชัย ณ นคร
ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เหตุผลและฐานอำนาจ
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 16 (4) และ มาตรา 90 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้
เอกสารต้นฉบับ
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 173 ง วันที่ 23 เมษายน 2568