ข้อหารือที่ 19/2567 — สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (DSA controller-controller)
สารบัญในมาตรานี้
ข้อกฎหมาย
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 6 มาตรา 22 มาตรา 24 (6) มาตรา 27 วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาตรา 28 มาตรา 29 มาตรา 37 (1) และ (4) และ มาตรา 40 วรรคสาม
- พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 17 (10) และ (12) และมาตรา 61
- ระเบียบคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ว่าด้วยการตัดและส่งอ้อยให้แก่โรงงาน การตรวจสอบ คุณภาพอ้อย และการรับอ้อยจากชาวไร่อ้อยหรือหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย พ.ศ. 2553 และที่แก้ไข เพิ่มเติม ข้อ 7 วรรคสอง
- ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 ข้อ 4
ข้อหารือ
สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายขอหารือกรณีที่ได้รับหนังสือจากกลุ่มบริษัท Z แจ้งว่า ตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับและได้กำหนดสิทธิหน้าที่และ ความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการล่วงละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวหรือสร้างความ เดือดร้อนเสียหายแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล กลุ่มบริษัทในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งมีการส่งข้อมูลส่วน บุคคลที่เก็บรวบรวมให้แก่สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติอ้อย และน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 และระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัติดังกล่าวและข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการส่ง ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย มีความจำเป็นต้องได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กลุ่มบริษัท Z จึงขอนำส่งเอกสารข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อ เป็นข้อตกลงในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายได้รับ จากกลุ่มบริษัท Z เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงเพื่อให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมและ เพียงพอตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป จึงแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ขอให้โปรดทราบ และลงนามในใบตอบรับ ส่งกลับมาที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) บริษัท Z โดยสำนักงาน คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า
- กลุ่มบริษัท Z ถือเป็นบริษัทโรงงานน้ำตาลที่อยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาล ทราย พ.ศ. 2527 ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดส่งข้อมูลต่าง ๆ ในระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายตามระเบียบ ประกาศ ที่กำหนด โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว เช่น หน้าที่ส่งมอบรายชื่อชาวไร่อ้อยและ หัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อยคู่สัญญา รวมทั้งประมาณการผลผลิต และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องตามแบบที่คณะกรรมการ อ้อยและน้ำตาลทรายกำหนดให้กับคณะทำงานควบคุมการผลิตประจำโรงงานและสำนักงาน ก่อนการเปิดหีบอ้อย ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ตามข้อ 7 วรรคสอง ของระเบียบคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ว่าด้วยการตัดและส่งอ้อย ให้แก่โรงงาน การตรวจสอบคุณภาพอ้อยและการรับอ้อยจากชาวไร่อ้อยหรือหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย พ.ศ. 2553 เป็นต้น จึงถือว่า กลุ่มบริษัท Z เป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการจัดส่งข้อมูลให้กับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล ทรายตามที่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะอยู่แล้วตามระเบียบและประกาศที่ออกโดยอาศัยอำนาจตาม พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 ซึ่งเมื่อมีการส่งข้อมูลที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลเข้ามา สำนักงาน คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายในฐานะหน่วยงานของรัฐที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยอ้อยและ น้ำตาลทรายดังกล่าว รวมทั้งมีฐานะเป็นผู้ครอบครองและควบคุมดูแลข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ย่อมมีภาระหน้าที่ที่ต้อง ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อยู่แล้วเช่นเดียวกัน
- ด้วยเหตุนี้ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายจึงขอหารือว่า 2.1 สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายจำเป็นที่จะต้องลงนามใน "ข้อตกลง การแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล" ตามที่กลุ่มบริษัท Z แจ้งมาก่อนหรือไม่ จึงจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 2.2 หากตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ไม่ได้บังคับให้สำนักงาน คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายหรือหน่วยงานของรัฐจะต้องลงนามในข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล กับเอกชนที่ครอบครองข้อมูลอยู่ก่อนจึงจะสามารถแบ่งปันข้อมูลกันได้ แต่ให้หน่วยงานของรัฐเลือกที่จะลงนาม ในข้อตกลงหรือไม่ก็ได้นั้น สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายขอความอนุเคราะห์โปรดช่วยพิจารณาว่า "ข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล" ดังกล่าวมีรายละเอียดเป็นการเพิ่มภาระความรับผิดชอบของสำนักงาน คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐมากเกินกว่าที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และมีความเหมาะสมแล้วหรือไม่
ความเห็น
คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พิจารณาแล้วมีความเห็น ดังนี้ ประเด็นข้อหารือที่ 1 เห็นว่า สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายเป็นหน่วยงาน ของรัฐที่มีอำนาจและหน้าที่ตามมาตรา 61 แห่งพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565 มีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในการดำเนินงานตามกฎหมาย จึงถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตาม มาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งกลุ่มบริษัท Z เป็นบริษัทโรงงาน น้ำตาลซึ่งมีหน้าที่ต้องส่งข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายเพื่อให้เป็นไปตาม มาตรา 17 (10) และ (12) แห่งพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 ประกอบข้อ 7 วรรคสองของ ระเบียบคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ว่าด้วยการตัดและส่งอ้อยให้แก่โรงงาน การตรวจสอบคุณภาพอ้อย และการรับอ้อยจากชาวไร่อ้อยหรือหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย พ.ศ. 2553 ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติ ดังกล่าว กลุ่มบริษัท Z จึงอยู่ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตาม มาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เช่นกัน ดังนั้น กรณีที่กลุ่มบริษัท Z ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับสำนักงาน คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 และระเบียบที่ เกี่ยวข้อง ถือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตามนัย มาตรา 24 (6) ประกอบ มาตรา 27 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มิได้กำหนดหน้าที่ในเรื่องการจัดทำข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหนึ่งกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นไว้ (ซึ่งแตกต่างจากกรณีการดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุมการดำเนินงาน ตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ตาม มาตรา 40 วรรคสาม ซึ่งอาจ เรียกว่าข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล หรือ data processing agreement) อย่างไรก็ตาม มาตรา 27 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้กำหนดว่า บุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาจากการเปิดเผยของ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น จะต้องไม่ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ ที่ได้แจ้งไว้กับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย จึงมีหน้าที่ในการดำเนินการให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังกล่าว สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากการเปิดเผยของโรงงาน น้ำตาล ซึ่งรวมถึงกลุ่มบริษัท Z ด้วย กลุ่มบริษัท Z ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล มีหน้าที่จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดย ปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ตาม มาตรา 37 (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 โดยข้อ 4 ของประกาศดังกล่าว กำหนดว่า มาตรการดังกล่าว จะต้องประกอบด้วยมาตรการเชิงองค์กร (organizational measures) และ มาตรการเชิงเทคนิค (technical measures) ที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงมาตรการทางกายภาพ (physical measures) ที่จำเป็นด้วย โดยคำนึงถึงระดับความเสี่ยงตามลักษณะและวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนโอกาสเกิดและผลกระทบจากเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้น หากกลุ่มบริษัท Z เห็นว่า การจัดทำข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูล (data sharing agreement) ระหว่างผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล จะเป็นมาตรการเชิงองค์กร (organizational measure) อย่างหนึ่งเพื่อกำหนดวัตถุประสงค์ วิธีการ เงื่อนไข และหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละฝ่ายในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการส่งและรับข้อมูลที่เป็นเอกสารหรือเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลโดย วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ตาม อันจะเป็นการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่จะเปิดเผยให้กับ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย และควบคุมดูแลให้การเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลระหว่างกันสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ก็ย่อมสามารถหารือ และตกลงร่วมกันได้ อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะมีการจัดทำข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลระหว่างกันหรือไม่ก็ตาม สำนักงาน คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลย่อมมีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งรวมถึงการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นภายใต้ วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายตาม มาตรา 22 การจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตาม มาตรา 37 (1) ประกอบประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 และการดำเนินการที่เหมาะสมในกรณีที่เจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลขอใช้สิทธิตามหมวด 3 แห่งพระราชบัญญัตินี้ ตลอดจนความรับผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว การที่สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายจะพิจารณาว่าควรลงนามใน "ข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูล ส่วนบุคคล" ของกลุ่มบริษัท Z ดังกล่าวหรือไม่นั้น จึงเป็นกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายสามารถ พิจารณาดำเนินการได้ตามที่เห็นสมควร ประเด็นข้อหารือที่ 2 กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายขอให้พิจารณาว่า ร่างข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล ที่จัดทำโดยกลุ่มบริษัท Z เป็นการเพิ่มภาระความรับผิดชอบของสำนักงาน คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายมากเกินกว่าที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และมีความเหมาะสมแล้วหรือไม่ นั้น เห็นว่า กรณีนี้ไม่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะอนุกรรมการตอบข้อหารือฯ ที่จะพิจารณาให้ความเห็นได้ แต่คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือฯ มีข้อสังเกตว่า สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและ น้ำตาลทรายในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ย่อมมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ที่ได้รับจากกลุ่มบริษัท Z ให้เหมาะสมและเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล พ.ศ. 2562 ด้วยตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งรวมถึงการจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม การแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ การควบคุมการดำเนินงานของผู้ประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคล และการดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หากสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและ น้ำตาลทรายประสงค์จะจัดทำข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลร่วมกับบุคคลหรือนิติบุคคลใด สำนักงานฯ ควรพิจารณา รายละเอียดเงื่อนไขให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และมีความเหมาะสม ตามที่เห็นสมควร