ข้อหารือที่ 2/2568 — นาย ฐ (ข้อมูลการดำเนินการทางวินัยไม่ใช่ข้อมูลตาม ม.26)
สารบัญในมาตรานี้
ข้อกฎหมาย
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 มาตรา 26 และ มาตรา 27 วรรคหนึ่ง
- ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับมาตรการคุ้มครอง สำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมที่มิได้กระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย พ.ศ. 2566 ข้อ 3
ข้อหารือ
นาย ฐ ได้มีหนังสือขอให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตีความตามมาตรา 16 (10) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 สืบเนื่องจากเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับการสอบสวนโทษทางวินัยโดยอดีตพนักงานของผู้ถูกร้องเรียนที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการ สอบสวนโทษทางวินัยในประวัติการทำงานของผู้นั้นที่เผยแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ต และคำสั่งคณะกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องว่า กรณีที่เป็นข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนดตาม มาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจะต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามมาตราดังกล่าวนั้น ต้องเป็นเรื่องในลักษณะใด มีรายละเอียดอย่างไรเป็นการเพิ่มเติมจากข้อมูลตามเดิมที่เป็นไปตาม มาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัตินี้ และขอให้พิจารณาและดำเนินการเพื่อทำการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีที่เป็นข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบ ต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกัน เพื่อเป็นประโยชน์ในการบังคับใช้และป้องกันมิให้เกิดความ เสียหายต่อบุคคลอื่น ๆ
ความเห็น
คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้นำเรื่องดังกล่าวเสนอ ต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อพิจารณาแล้ว เห็นว่า ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับการดำเนินการ ทางวินัย เป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานหรือการกระทำความผิดทางวินัยภายในหน่วยงาน ซึ่งโดยทั่วไป จะเป็นข้อมูลที่ใช้เฉพาะภายในองค์กร ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะไม่เข้าลักษณะเป็น "ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติ อาชญากรรม" ตาม มาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ประกอบข้อ 3 ของประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับมาตรการคุ้มครองสำหรับการ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมที่มิได้กระทำภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่มี อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย พ.ศ. 2566 เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวมิใช่ข้อมูลเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวน การกระทำความผิดอาญา การดำเนินคดีอาญา หรือการรับโทษทางอาญา และไม่ได้เป็นข้อมูลที่เป็นทางการ หรือรับรองโดยหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางอาญาดังกล่าว นอกจากนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังไม่เข้าลักษณะของข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทาง การเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพ แรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม หรือข้อมูลชีวภาพ ตาม มาตรา 26 แต่อย่างใด ประกอบกับในปัจจุบันคณะกรรมการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลยังไม่ได้ประกาศกำหนดข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในทำนองเดียวกัน ดังนั้น ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย จึงไม่เข้าลักษณะเป็นข้อมูล ส่วนบุคคลตาม มาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 สำหรับกรณีที่นาย ฐ ขอให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพิจารณาและดำเนินการ เพื่อออกประกาศกำหนดเพิ่มเติมให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย เป็นข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตาม มาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 นั้น คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพิจารณาแล้ว เห็นว่า เจตนารมณ์ ของบทบัญญัติ มาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบางประเภทที่มีความละเอียดอ่อน (sensitive personal data) เป็นพิเศษ ซึ่งหากมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยไม่เหมาะสมอาจส่งผลกระทบ ต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างรุนแรง เช่น การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล บนพื้นฐานของเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรม ทางเพศ ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม หรือข้อมูลชีวภาพ ดังเช่นที่บัญญัติ ใน มาตรา 26 จึงกำหนดให้การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจะต้องได้รับความยินยอม โดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตาม มาตรา 26 (1) ถึง (5) ประกอบ มาตรา 27 วรรคหนึ่ง ข้อยกเว้นตาม มาตรา 26 ดังกล่าวทำให้การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว โดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องเป็นกรณีที่ถูกจำกัดไว้เป็นพิเศษ ซึ่งแคบกว่าข้อยกเว้นตาม มาตรา 24 ดังนั้น การที่จะกำหนดให้ข้อมูลอื่นใดเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม มาตรา 26 จะต้องพิจารณาว่า ข้อมูลนั้นมีลักษณะที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลในลักษณะร้ายแรง หรือเกินสมควรหรือไม่ และข้อยกเว้นที่ถูกจำกัดไว้เป็นพิเศษตาม มาตรา 26 มีความเหมาะสมกับข้อมูลลักษณะ ดังกล่าวเพียงใด เมื่อพิจารณาจากลักษณะของข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยภายใน หน่วยงาน ซึ่งโดยทั่วไปการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวจะเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นภายใน องค์กร และข้อมูลดังกล่าวมิใช่ข้อมูลเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดอาญา การดำเนิน คดีอาญา หรือการรับโทษทางอาญาที่เป็นข้อมูลที่เป็นทางการหรือรับรองโดยหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินการทางอาญาดังกล่าว รวมทั้งมิได้มีลักษณะที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในระดับที่ร้ายแรงหรือเกินสมควรในทำนองเดียวกับข้อมูลส่วนบุคคล เกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมหรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่นตามที่กำหนดใน มาตรา 26 ตลอดจนองค์กรที่ เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลยังสามารถกำหนดระดับชั้นความลับและขอบเขตที่เหมาะสมในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวได้ และหากมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยไม่สมควร เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับผลกระทบก็สามารถใช้สิทธิร้องเรียนตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล หรือใช้สิทธิเรียกร้องความรับผิดตามกฎหมายอื่นได้ จึงยังไม่สมควรที่จะประกาศกำหนดให้ข้อมูล ส่วนบุคคลเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย เป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในทำนองเดียวกันกับข้อมูลส่วนบุคคลตาม มาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เป็นการเพิ่มเติม