คำสั่งที่ 31/2568 (คณะที่ 2) — ตักเตือน กรณีบริษัทมหาชนปิดป้ายประชาสัมพันธ์ประจานอดีตพนักงานพร้อมสำเนาคำฟ้องคดีแรงงาน (ฝ่าฝืน ม.27)
สารบัญในมาตรานี้
เรื่องร้องเรียน
- ผู้ร้องเรียน: [นางสาว ก.]
- ผู้ถูกร้องเรียน: [บริษัท A.]
เรื่องร้องเรียนนี้สรุปความได้ว่า ผู้ร้องเรียนเคยทำงานที่บริษัทผู้ถูกร้องเรียน ต่อมาผู้ร้องเรียนได้ลาออกและไปทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งผู้ถูกร้องเรียนเห็นว่าผู้ร้องเรียนได้ทำงานในกิจการที่ประกอบธุรกิจอย่างเดียวกันกับตน จึงดำเนินคดีแรงงานกับผู้ร้องเรียนฐานผิดสัญญาประกอบอาชีพในธุรกิจอย่างเดียวกัน ต่อมาผู้ร้องเรียนทราบว่า ผู้ถูกร้องเรียนได้ปิดประกาศที่ป้ายประชาสัมพันธ์ของบริษัท โดยปรากฏภาพถ่ายของผู้ร้องเรียน ณ ที่ทำงานแห่งใหม่ ประกอบกับหน้าเพจเฟซบุ๊กของที่ทำงานแห่งใหม่ และสำเนาคำฟ้องคดีแรงงาน แม้ประกาศดังกล่าวจะมีการปกปิดใบหน้า ชื่อตัว ชื่อสกุล และข้อมูลส่วนบุคคลอื่น แต่พนักงานของผู้ถูกร้องเรียนสามารถทราบได้ทันทีว่าบุคคลในภาพถ่ายคือผู้ร้องเรียน เนื่องจากทำงานร่วมกันเป็นเวลานานจึงสามารถจดจำรูปลักษณ์ของผู้ร้องเรียนได้ โดยมีผู้พบเห็นและลงนามรับทราบเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ร้องเรียนอับอาย โดยถูกตั้งข้อรังเกียจจากบุคคลในวิชาชีพเดียวกัน และสูญเสียโอกาสในการปฏิบัติงาน
คำวินิจฉัย
คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 พิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ถูกร้องเรียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด มีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในกิจการของตน จึงมีสถานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตาม มาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 การที่ผู้ถูกร้องเรียนปิดป้ายประชาสัมพันธ์ซึ่งปรากฏภาพถ่ายของผู้ร้องเรียนและสำเนาคำฟ้องคดีแรงงาน แม้จะมีการเบลอใบหน้าและปิดบังชื่อตัว ชื่อสกุล รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลอื่นของผู้ร้องเรียน แต่ภาพถ่ายดังกล่าวยังปรากฏรูปพรรณสัณฐานที่ทำให้บุคคลที่พบเห็นจำได้ว่าเป็นผู้ร้องเรียน จึงเป็นข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ทำให้สามารถระบุตัวผู้ร้องเรียนได้ทางอ้อมอันเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ตาม มาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
เมื่อผู้ถูกร้องเรียนนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้และเปิดเผยประกอบการบรรยายข้อห้ามกระทำการเป็นคู่แข่งทางการค้าของบริษัทและกฎหมายเกี่ยวกับการค้าแข่ง ทำให้พนักงานของผู้ถูกร้องเรียนสามารถเข้าใจได้ว่าบุคคลในภาพคือผู้ร้องเรียน อันมีลักษณะเป็นการประจานพฤติกรรมของผู้ร้องเรียน ซึ่งผู้ถูกร้องเรียนได้ใช้สิทธิฟ้องร้องผู้ร้องเรียนเป็นคดีต่อศาลแรงงานแล้ว ดังนั้น การปิดป้ายประชาสัมพันธ์ของผู้ถูกร้องเรียนจึงเป็นการกระทำที่เกินความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและประโยชน์ดังกล่าวสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ร้องเรียน จึงไม่เข้าข้อยกเว้นตาม มาตรา 24 (5) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เมื่อการใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ร้องเรียน จึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืน มาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
คำสั่ง
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 74 ประกอบ มาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 จึงมีคำสั่งตักเตือนให้ผู้ถูกร้องเรียนแก้ไขและปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังต่อไปนี้
-
ตักเตือนให้ผู้ถูกร้องเรียนปฏิบัติให้ถูกต้องตาม มาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อย่างเคร่งครัด
-
ให้ผู้ถูกร้องเรียนลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ร้องเรียนตาม มาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
-
ให้ดำเนินการตามข้อ 2 พร้อมทั้งรายงานผลการปฏิบัติต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง
สั่ง ณ วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568
ประธานกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2