มาตรา 32
สารบัญในมาตรานี้
ตัวบท
มาตรา 32 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเมื่อใดก็ได้ ดังต่อไปนี้
(1) กรณีที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 24 (4) หรือ (5) เว้นแต่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลพิสูจน์ได้ว่า
(ก) การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้แสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า
(ข) การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นไปเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
(2) กรณีที่เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง
(3) กรณีที่เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลใช้สิทธิคัดค้านตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นต่อไปได้ ทั้งนี้ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องปฏิบัติโดยแยกส่วนออกจากข้อมูลอื่นอย่างชัดเจนในทันทีเมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้แจ้งการคัดค้านให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบ
ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธการคัดค้านด้วยเหตุผลตาม (1) (ก) หรือ (ข) หรือ (3) ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกการปฏิเสธการคัดค้านพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการตามมาตรา 39
สรุป
มาตรานี้ให้ สิทธิคัดค้านการประมวลผล แก่เจ้าของข้อมูล ใน 3 กรณีหลัก: (1) ข้อมูลที่เก็บโดยฐานประโยชน์สาธารณะ (มาตรา 24 (4)) หรือฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (มาตรา 24 (5)) (2) การตลาดแบบตรง (ไม่มีข้อยกเว้น — คัดค้านได้เสมอ) (3) การวิจัยทางวิทยาศาสตร์/ประวัติศาสตร์/สถิติ ผลของการคัดค้าน คือ ผู้ควบคุมต้องหยุดประมวลผลและแยกข้อมูลออกทันที
องค์ประกอบสำคัญ
- 3 กรณีที่คัดค้านได้ (วรรค 1):
- (1) ฐานประโยชน์สาธารณะ/ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (มาตรา 24 (4) หรือ (5)) — แต่ผู้ควบคุมยกเว้นได้ถ้าพิสูจน์ได้:
- (ก) มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือ
- (ข) เพื่อก่อตั้ง/ใช้/ยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
- (2) การตลาดแบบตรง — คัดค้านได้เสมอ ไม่มีข้อยกเว้น (สิทธิเด็ดขาด)
- (3) การวิจัย/ประวัติศาสตร์/สถิติ — เว้นแต่ผู้ควบคุมจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อภารกิจประโยชน์สาธารณะ
- (1) ฐานประโยชน์สาธารณะ/ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (มาตรา 24 (4) หรือ (5)) — แต่ผู้ควบคุมยกเว้นได้ถ้าพิสูจน์ได้:
- ผลของการคัดค้าน (วรรค 2):
- ผู้ควบคุม ไม่สามารถเก็บ ใช้ เปิดเผย ข้อมูลนั้นต่อไปได้
- ต้อง แยกส่วนข้อมูลที่คัดค้านออกจากข้อมูลอื่นอย่างชัดเจน ในทันที เมื่อได้รับการแจ้ง
- หน้าที่บันทึก (วรรค 3): กรณีปฏิเสธการคัดค้านด้วยเหตุผลตาม (1) (ก) หรือ (ข) หรือ (3) — บันทึกการปฏิเสธ + เหตุผลใน มาตรา 39
มาตราที่อ้างอิง
- มาตรา 24 — ฐานในการเก็บรวบรวมโดยไม่ต้องขอความยินยอม — มาตรานี้ระบุว่าฐานใดบ้างที่คัดค้านได้ ((4) ประโยชน์สาธารณะ และ (5) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย)
- มาตรา 39 — บันทึกรายการกิจกรรมประมวลผล (ROPA) — รวมการบันทึกการปฏิเสธคัดค้านตามมาตรานี้
หมายเหตุ
- เทียบ GDPR: สอดคล้องกับ Article 21 (สิทธิคัดค้าน) — โดยเฉพาะการคัดค้านการตลาดแบบตรงที่เป็นสิทธิเด็ดขาด
- (2) เป็นสิทธิเด็ดขาด: การตลาดแบบตรง — เจ้าของข้อมูลคัดค้านได้เสมอ ไม่ต้องอาศัยฐานใดและไม่มีข้อยกเว้น
- "การตลาดแบบตรง": ครอบคลุมการส่งข้อความเชิงพาณิชย์ตรงไปยังผู้รับ เช่น อีเมลโปรโมชัน, ข้อความสั้นโฆษณา, การโทรเสนอขายสินค้า, การส่งจดหมายโฆษณา
- เกณฑ์ "เหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า": ภาระการพิสูจน์อยู่ที่ผู้ควบคุม — ต้องแสดงให้เห็นว่าประโยชน์ของผู้ควบคุม/บุคคลที่ 3 มีน้ำหนักเหนือกว่าสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล
- "แยกส่วนในทันที": กรณีฐานข้อมูล — อาจใช้การติดป้ายหรือเครื่องหมายเพื่อแยกข้อมูลที่ถูกคัดค้านไม่ให้นำมาประมวลผลเดิม โดยไม่ต้องลบทิ้ง (ลบเป็นกระบวนการแยกตาม มาตรา 33)
- เชื่อมโยงกับ มาตรา 33: หากคัดค้านสำเร็จและไม่มีฐานทางกฎหมายให้เก็บไว้ต่อ → เจ้าของข้อมูลสามารถใช้สิทธิให้ลบตาม มาตรา 33 ต่อได้
- ความเชื่อมโยงกับ มาตรา 23: ผู้ควบคุมต้องแจ้งสิทธิตามมาตรานี้ในการแจ้งความเป็นส่วนตัว (มาตรา 23 (6))