หน้าหลัก

การประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPIA)

3 แนวคิดที่เกี่ยวข้อง · 3 มาตราอ้างอิง
สารบัญในมาตรานี้
  1. นิยาม
  2. ตัวอย่าง
  3. มาตราที่เกี่ยวข้อง
  4. ประกาศที่เกี่ยวข้อง
  5. หมายเหตุ
  6. แนวคิดที่เกี่ยวข้อง

นิยาม

DPIA ย่อมาจาก Data Protection Impact Assessment ในภาษาอังกฤษ — เป็นศัพท์ที่นิยมใช้ในมาตรฐานสากลและในตำราภาษาไทยเรียกทับศัพท์ว่า "DPIA"

การประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPIA) คือกระบวนการที่ผู้ควบคุมข้อมูลทำขึ้นก่อนเริ่มกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลที่อาจมีความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล — เพื่อระบุความเสี่ยง ประเมินความรุนแรงและความน่าจะเป็น และกำหนดมาตรการลดความเสี่ยง

สถานะใน พ.ร.บ. ไทย: พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทยปี 2562 ไม่ได้บัญญัติ DPIA ไว้โดยตรง — เป็นแนวปฏิบัติที่นำเข้ามาจาก GDPR และมาตรฐานสากล แต่หน้าที่ของผู้ควบคุมตาม มาตรา 37 (1) ที่ต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ "เหมาะสม" — ในทางปฏิบัติ DPIA เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ควบคุมพิสูจน์ว่าได้พิจารณาความเสี่ยงและจัดมาตรการที่เหมาะสมแล้ว

ตัวอย่าง

เมื่อใดควรทำ DPIA (แนวปฏิบัติสากล)

DPIA แนะนำให้ทำเมื่อกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลมีลักษณะเข้าข่ายต่อไปนี้ตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป:

องค์ประกอบหลักของ DPIA

  1. อธิบายกิจกรรมการประมวลผล — วัตถุประสงค์ ฐานในการประมวลผล ประเภทข้อมูล ผู้รับข้อมูล ระยะเวลาการเก็บ
  2. ประเมินความจำเป็นและสัดส่วน — กิจกรรมจำเป็นเพียงใด มีทางเลือกที่กระทบน้อยกว่าไหม
  3. ระบุความเสี่ยง — ที่อาจกระทบสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล (เช่น การรั่วไหล การใช้ผิดวัตถุประสงค์ การถูกเลือกปฏิบัติ)
  4. กำหนดมาตรการลดความเสี่ยง — มาตรการทางเทคนิค (เข้ารหัส ระบบควบคุมการเข้าถึง) + มาตรการเชิงองค์กร (นโยบาย การฝึกอบรม)
  5. ตัดสินใจดำเนินการ — หากความเสี่ยงสูงเกินที่จะลดลงได้ ผู้ควบคุมควรปรึกษาคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มกิจกรรม

กรณีศึกษาที่ควรทำ DPIA

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กรอบกฎหมายที่เชื่อมโยง (ไม่บัญญัติ DPIA โดยตรง แต่สนับสนุนแนวปฏิบัติ):

ประกาศที่เกี่ยวข้อง

-

หมายเหตุ