หน้าหลัก

ข้อหารือที่ 23/2566 — ขสมก. (เปิดเผยข้อมูลสัญญาสัมปทาน)

5 มาตราอ้างอิง
สารบัญในมาตรานี้
  1. ข้อกฎหมาย
  2. ข้อหารือ
  3. ความเห็น
  4. เอกสารต้นฉบับ

ข้อกฎหมาย

  1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — มาตรา 3, มาตรา 6 (บทนิยามคำว่า "ข้อมูลส่วนบุคคล" และ "บุคคล"), มาตรา 24, มาตรา 26 และ มาตรา 27
  2. พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 — มาตรา 9, มาตรา 14 และมาตรา 15

ข้อหารือ

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) แจ้งว่า เครือข่ายความปลอดภัยทางถนนและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้โดยสารสาธารณะ (เครือข่ายฯ) มีหนังสือถึง ขสมก. ขอใช้สิทธิตรวจสอบข้อมูลและคัดสำเนาเอกสารตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 จำนวน 55 เส้นทาง ได้แก่:

  1. สำเนาหนังสือยืนยันการเป็นคู่สัญญาเดินรถร่วมกับ ขสมก.
  2. สำเนาบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือการถ่ายโอนการกำกับดูแลรถโดยสารประจำทาง
  3. สำเนาหนังสือถึงนายทะเบียนกลางหรือกรมการขนส่งทางบก เรื่อง ขอยกเลิกใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง

เนื่องจากเอกสารที่เกี่ยวข้องมีทั้งข้อมูลที่เกี่ยวกับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลจำนวนมาก (ชื่อ ฐานะ สถานภาพ อาชีพ การเงิน) จึงขอหารือว่า การที่เครือข่ายฯ จะขอตรวจสอบและคัดสำเนาเอกสารดังกล่าว จะเป็นการขัดต่อ PDPA หรือไม่

ความเห็น

คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือและให้คำแนะนำหน่วยงานของรัฐเพื่อรองรับการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพิจารณาแล้ว เห็นว่า ขสมก. เป็นหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 · ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองของ ขสมก. ในฐานะหน่วยงานของรัฐ จึงเป็นข้อมูลข่าวสารของราชการตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ ที่ ขสมก. มีหน้าที่ปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติดังกล่าว

โดยในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลธรรมดาตาม PDPA ด้วยนั้น มาตรา 3 ได้บัญญัติว่า ในกรณีที่มีกฎหมายว่าด้วยการใดบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะใด กิจการใด หรือหน่วยงานใดไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้น เว้นแต่ (1) บทบัญญัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่ง PDPA เป็นการเพิ่มเติม

ดังนั้น ขสมก. ในฐานะหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ จึงควรพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ และให้ ขสมก. พิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตาม PDPA เป็นการเพิ่มเติม ตามความใน มาตรา 3 (1)

ข้อสังเกต มาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ บัญญัติว่า หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อย ... (6) สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอนหรือสัญญาร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทำบริการสาธารณะ ... ไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ · หากข้อมูลปรากฏข้อมูลส่วนบุคคล ขสมก. ควรพิจารณาชั่งน้ำหนักถึงความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และการไม่รุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร

นอกจากนี้ ขสมก. ควรพิจารณาเพิ่มเติมว่า การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับเครือข่ายฯ เป็นการดำเนินการที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตาม มาตรา 24 หรือ มาตรา 26 ประกอบ มาตรา 27 วรรคหนึ่ง แห่ง PDPA หรือไม่ เช่น เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของ ขสมก. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตาม มาตรา 24 (6) หรือเป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของ ขสมก. ตาม มาตรา 24 (4)

ส่วน กรณีการเปิดเผยข้อมูลของนิติบุคคลอื่นตามที่ ขสมก. หารือมา ไม่อยู่ในบังคับของ PDPA เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ตาม มาตรา 6 · การเปิดเผยข้อมูลของนิติบุคคลอื่นจึงอยู่นอกหน้าที่และอำนาจของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือฯ · ขสมก. จึงต้องพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

เอกสารต้นฉบับ