คำสั่งที่ 11/2568 (คณะที่ 3) — ยุติเรื่องร้องเรียน กรณีหน่วยงานตุลาการใช้ชื่อ-สกุลผู้ร้องเรียนในที่ประชุมและแจ้งความตาม ป.อาญา ม.198/326 (ม.24(5)+(6) ประโยชน์โดยชอบ/ปฏิบัติตามกฎหมาย · ม.26(4) ก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง — ไม่ฝ่าฝืน · ม.74 ว.2 · ข้อ 13(3) ระเบียบ คคส. 2565)
สารบัญในมาตรานี้
เรื่องร้องเรียน
- ผู้ร้องเรียน: [นาย ก.]
- ผู้ถูกร้องเรียน: [หน่วยงานของรัฐ A] ที่ 1 และ [หน่วยงานของรัฐ B] ที่ 2
เรื่องร้องเรียนนี้สรุปความได้ว่า [นาย ก.] ผู้ร้องเรียน ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยัง [หน่วยงานของรัฐ B] ผู้ถูกร้องเรียนที่ 2 เกี่ยวกับกรณีข้าราชการตุลาการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต่อมา ผู้ร้องเรียนทราบว่า [หน่วยงานของรัฐ B] ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าว และมีการนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ร้องเรียน ได้แก่ ชื่อตัวและชื่อสกุล ไปใช้และเปิดเผยในที่ประชุม ต่อมาที่ประชุมของ [หน่วยงานของรัฐ B] มีมติให้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีผู้ร้องเรียนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198 และมาตรา 326 ซึ่งผู้ร้องเรียนเห็นว่าเป็นการฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นต้น พ.ศ. 2544 ข้อ 13 ที่ห้ามมิให้เปิดเผยชื่อ ที่อยู่ หรือข้อมูลใด ๆ ของผู้ร้องเรียนแก่บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 322 ทำให้ผู้ร้องเรียนเสียหายในการถูกดำเนินคดี เป็นเหตุให้เสียค่าใช้จ่ายในการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และได้รับผลกระทบต่อสภาพจิตใจ จึงได้ยื่นคำร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
คำวินิจฉัย
คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 3 พิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ถูกร้องเรียนทั้งสองเป็นหน่วยงานของรัฐ มีฐานะเป็นนิติบุคคล ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 ดังนั้น ผู้ถูกร้องเรียนทั้งสอง จึงเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ร้องเรียน จึงเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตามความ มาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยมีประเด็นพิจารณาดังต่อไปนี้
ประเด็นที่ 1 กรณีการนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ร้องเรียน ได้แก่ ชื่อตัวและชื่อสกุล ไปใช้และเปิดเผยในที่ประชุม คณะกรรมการเห็นว่า อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค 7 เป็นข้าราชการตุลาการผู้รับผิดชอบงานของศาลยุติธรรม จึงเป็นการปฏิบัติตามความในมาตรา 68 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 ประกอบกับประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นต้น พ.ศ. 2544 จึงเป็นการดำเนินการไปตามที่จำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตาม มาตรา 24 (5) และเป็นการดำเนินการตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตาม มาตรา 24 (6) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ประเด็นที่ 2 กรณีอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค 7 มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลแรงงานภาค 7 นำข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ ชื่อตัว ชื่อสกุลของผู้ร้องเรียนไปดำเนินการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน การกระทำของ [หน่วยงานของรัฐ B] เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตาม มาตรา 24 (6) และเป็นการจำเป็นเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ตาม มาตรา 26 (4) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
คำสั่ง
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 74 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ประกอบกับระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ว่าด้วยการยื่น การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565 ข้อ 13 (3) คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 3 จึงมีมติในการประชุม ครั้งที่ 5/2568 ให้ยุติเรื่องร้องเรียน
สั่ง ณ วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568
ประธานกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 3