มาตรา 76
สารบัญในมาตรานี้
ตัวบท
มาตรา 76 ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจ้าหน้าที่มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(1) มีหนังสือแจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ใดมาให้ข้อมูลหรือส่งเอกสารหรือหลักฐานใด ๆ เกี่ยวกับการดำเนินการหรือการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
(2) ตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริง แล้วรายงานต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ใดได้กระทำผิดหรือทำให้เกิดความเสียหายเพราะฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้
ในการดำเนินการตาม (2) หากมีความจำเป็นเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อมีคำสั่งอนุญาตให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ใดเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริง ยึดหรืออายัดเอกสารหลักฐาน หรือสิ่งอื่นใดที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีไว้หรือใช้เพื่อกระทำความผิด
ในการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้รัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งจากข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าข้าราชการพลเรือนระดับปฏิบัติการหรือเทียบเท่าและมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรานี้ ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อผู้ที่เกี่ยวข้องและให้ผู้ที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร
บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
สรุป
มาตรานี้กำหนดหน้าที่และอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ 2 ประการ: (1) มีหนังสือแจ้งให้บุคคลส่งเอกสารหรือมาให้ข้อมูล; (2) ตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงแล้วรายงานคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ — กรณีจำเป็นต้องเข้าสถานที่/ยึด/อายัด ต้องมีคำสั่งศาลก่อน เฉพาะระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการ — รัฐมนตรีแต่งตั้งจากข้าราชการระดับปฏิบัติการหรือเทียบเท่า — ในการปฏิบัติหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัว
องค์ประกอบสำคัญ
- วรรค 1 — หน้าที่และอำนาจ 2 ประการ:
- (1) เรียกเอกสาร/ข้อมูล:
- มีหนังสือแจ้งให้บุคคลมาให้ข้อมูลหรือส่งเอกสาร/หลักฐาน
- ขอบเขต: เกี่ยวกับการดำเนินการหรือการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.
- (2) ตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริง:
- รายงานต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ (มาตรา 71)
- ขอบเขต: กรณีที่มีการฝ่าฝืน พ.ร.บ. หรือประกาศ
- (1) เรียกเอกสาร/ข้อมูล:
- วรรค 2 — เข้าสถานที่ + ยึดอายัด (ต้องมีคำสั่งศาล):
- เงื่อนไข: มีความจำเป็นเพื่อ
- คุ้มครองประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ
- ประโยชน์สาธารณะ
- กระบวนการ: ยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ
- เวลาที่เข้าได้:
- ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือ
- ในเวลาทำการของสถานที่นั้น
- อำนาจหลังคำสั่งศาล:
- เข้าสถานที่
- ตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริง
- ยึดหรืออายัดเอกสาร/หลักฐาน/สิ่งอื่นใด
- ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด
- มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีไว้/ใช้กระทำความผิด
- เงื่อนไข: มีความจำเป็นเพื่อ
- วรรค 3 — การแต่งตั้ง:
- ผู้แต่งตั้ง: รัฐมนตรีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- คุณสมบัติขั้นต่ำ: ข้าราชการ/เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ระดับปฏิบัติการหรือเทียบเท่าขึ้นไป
- คุณสมบัติเพิ่มเติม: ตามที่คณะกรรมการ (มาตรา 8) ประกาศกำหนด
- วรรค 4 — บัตรประจำตัว:
- ต้องแสดงบัตรต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง
- ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องอำนวยความสะดวกตามสมควร
- วรรค 5 — แบบบัตร:
- ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
มาตราที่อ้างอิง
- มาตรา 72 — หน้าที่ของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ — รับรายงานจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม (2)
- มาตรา 89 — โทษทางปกครองสำหรับผู้ไม่ปฏิบัติตาม (1) หรือไม่อำนวยความสะดวกตามวรรค 4
หมายเหตุ
- 3 ระดับของอำนาจ — แสดงเป็นชั้น:
ระดับ 1: เรียกเอกสารผ่านหนังสือ (วรรค 1 (1)) ↓ ผู้ฝ่าฝืนถูกปรับทางปกครองตาม มาตรา 89 ระดับ 2: ตรวจสอบและรายงาน (วรรค 1 (2)) ↓ ถ้าไม่ได้ผล หรือมีเหตุจำเป็นเพิ่มเติม ระดับ 3: ยื่นคำร้องต่อศาล → เข้าสถานที่ + ยึด/อายัด (วรรค 2) - เหตุผลที่ต้องมีคำสั่งศาล:
- คุ้มครองสิทธิตามรัฐธรรมนูญ — สิทธิในความเป็นส่วนตัว + เสรีภาพในเคหสถาน
- การให้ศาลทบทวนเป็นกลไกถ่วงดุลอำนาจ — ป้องกันการใช้อำนาจเกินขอบเขต
- สอดคล้องกับ ป.วิ.อาญา ม.92 (การค้น) ที่ต้องมีหมายค้น
- เหตุที่จำกัดเวลา "พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก":
- หลักการคุ้มครองสิทธิในเคหสถาน — ห้ามค้นเวลากลางคืน เว้นแต่กรณีพิเศษ
- สอดคล้องกับ ป.วิ.อาญา ม.96 (การค้นในเคหสถาน)
- ทางเลือก: ในเวลาทำการของสถานที่ — เพราะธุรกิจบางแห่งทำงานช่วงบ่าย/เย็น
- เปรียบเทียบ มาตรา 75 vs มาตรา 76:
- มาตรา 75 (สั่งโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ):
- เรียกบุคคลมาให้ข้อมูล/เอกสาร
- ไม่มีอำนาจเข้าสถานที่
- มาตรา 76 (สั่งโดยพนักงานเจ้าหน้าที่):
- เรียกผ่านหนังสือ + ลงพื้นที่ได้ (มีคำสั่งศาล)
- มีอำนาจยึด/อายัด
- 2 มาตรานี้เสริมกัน — มาตรา 75 = ใช้กับเรื่องที่ผู้ครอบครองข้อมูลร่วมมือ; มาตรา 76 = ใช้เมื่อต้องการสืบสวนเชิงรุก
- มาตรา 75 (สั่งโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ):
- คุณสมบัติพนักงานเจ้าหน้าที่ — เหตุที่ต้องเป็นข้าราชการ:
- ผูกพันด้วยระเบียบทางวินัยของข้าราชการ — ป้องกันการละเมิดอำนาจ
- มีกลไกลงโทษกรณีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
- ระดับปฏิบัติการขึ้นไป — เพื่อให้มีวุฒิภาวะและประสบการณ์
- อำนาจสั่งให้บุคคลมาให้ข้อมูล (วรรค 1 (1)) vs สั่งให้บุคคลมาชี้แจง (มาตรา 75):
- 2 มาตรามีอำนาจคล้ายกัน แต่ผู้สั่งต่างกัน
- พนักงานเจ้าหน้าที่: ระดับปฏิบัติ — ออกหนังสือเรียก
- คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ: ระดับองค์กร — ออกคำสั่งเป็นทางการ
- บัตรประจำตัว — เหตุผลทางกฎหมาย:
- การแสดงบัตรเป็นเงื่อนไขของการใช้อำนาจ — ไม่แสดงบัตร = ใช้อำนาจมิชอบ
- คุ้มครองประชาชนจากผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่
- สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง