หน้าหลัก

ข้อหารือที่ 5/2566 — ธนาคาร จ. (การตลาดและความยินยอม)

5 มาตราอ้างอิง
สารบัญในมาตรานี้
  1. ข้อกฎหมาย
  2. ข้อหารือ
  3. ความเห็น
  4. เอกสารต้นฉบับ

ข้อกฎหมาย

  1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — มาตรา 19, มาตรา 20, มาตรา 24, มาตรา 32 และ มาตรา 39

ข้อหารือ

ธนาคาร จ. ขอหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดกับลูกค้าธนาคาร โดยมีประเด็นดังนี้

  1. กรณีลูกค้ายังไม่เคยกรอกแบบฟอร์มการให้ความยินยอม และยังไม่เคยให้ความยินยอมเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด

    • 1.1 กรณีธนาคารนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อทำการตลาดกับลูกค้าธนาคาร เช่น นำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อกับลูกค้าเงินฝาก ต้องขอความยินยอมจากลูกค้าหรือไม่ อย่างไร
    • 1.2 กรณีธนาคารนำเสนอผลิตภัณฑ์เดิม เช่น นำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากประเภทอื่นให้กับลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์เงินฝาก หรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์เดิมให้กับลูกค้า เช่น นำเสนอบัตร ATM หรือ Mobile banking ให้กับลูกค้าเงินฝากธนาคาร ต้องขอความยินยอมจากลูกค้าหรือไม่ อย่างไร
  2. กรณีที่ลูกค้ามากรอกแบบฟอร์มการให้ความยินยอม และเลือกไม่ให้ความยินยอมเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในทางการตลาด

    • 2.1 กรณีธนาคารนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น นำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อกับลูกค้าเงินฝาก ธนาคารสามารถนำเสนอได้หรือไม่ อย่างไร
    • 2.2 กรณีธนาคารนำเสนอผลิตภัณฑ์เดิม เช่น นำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากประเภทอื่นให้กับลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์เงินฝาก หรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์เดิมให้กับลูกค้า เช่น นำเสนอบัตร ATM หรือ Mobile banking ให้กับลูกค้าเงินฝาก ธนาคารสามารถนำเสนอได้หรือไม่ อย่างไร

ความเห็น

คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือและให้คำแนะนำหน่วยงานของรัฐเพื่อรองรับการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พิจารณาประเด็นข้อหารือของธนาคาร จ. แล้ว เห็นว่า

ประเด็นหารือที่ 1.1 การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดเป็นกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามสัญญาของผลิตภัณฑ์เดิม จึงไม่สามารถอ้างฐานการปฏิบัติตามสัญญาตาม มาตรา 24 (3) แห่ง PDPA ได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องพิจารณาฐานทางกฎหมายอื่น เมื่อไม่มีฐานทางกฎหมายตาม มาตรา 24 (1) ถึง (6) ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่จึงต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยใช้หลักเกณฑ์การขอความยินยอมตาม มาตรา 19 และ มาตรา 20

ประเด็นหารือที่ 1.2 กรณีกิจกรรมการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดในการนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากประเภทอื่นให้กับลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์เงินฝาก ซึ่งธนาคารมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ฝากเงินกับธนาคารโดยอาศัยฐานการปฏิบัติตามสัญญาตาม มาตรา 24 (3) แห่ง PDPA อยู่ก่อนแล้ว แต่การนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากประเภทอื่นให้แก่ลูกค้าที่ฝากเงินเพิ่มเติมในภายหลังเป็นกิจกรรมที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์หลักตามสัญญาของผลิตภัณฑ์เงินฝาก จึงไม่อาจอ้างฐานการปฏิบัติตามสัญญาตาม มาตรา 24 (3) ได้ ดังนั้น การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากประเภทอื่นให้กับลูกค้า จึงต้องพิจารณาฐานอื่นตาม มาตรา 24 (1) ถึง (6) กรณีไม่มีฐานทางกฎหมาย ธนาคารต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยใช้หลักเกณฑ์การขอความยินยอมตาม มาตรา 19 และ มาตรา 20

กรณีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์เดิมให้กับลูกค้าที่ฝากเงิน เช่น บัตร ATM หรือ Mobile Banking ธนาคารอาจพิจารณาใช้ฐานทางกฎหมายตาม มาตรา 24 (5) ได้ โดยพิจารณาถึงความคาดหวังของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และความได้สัดส่วนของการชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interests) ของธนาคาร กับสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งอาจพิจารณาทำการประเมินประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interests Assessment: LIA) เพื่อใช้อ้างอิงประกอบในการจัดทำบันทึกรายการขององค์กรตาม มาตรา 39 ด้วย ทั้งนี้ ธนาคารควรแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบว่า หากไม่ประสงค์ให้ธนาคารเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด (opt-out) ได้ตาม มาตรา 32

ประเด็นหารือที่ 2 ในกรณีที่ลูกค้าไม่ให้ความยินยอมแก่ธนาคารสำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น นำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อกับลูกค้าเงินฝาก หรือการนำเสนอผลิตภัณฑ์เดิม เช่น นำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากประเภทอื่นให้กับลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์เงินฝาก ธนาคารจะไม่มีฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้น ธนาคารจึงไม่สามารถทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดสำหรับกิจกรรมดังกล่าวได้

สำหรับกรณีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์เดิมให้กับลูกค้าเงินฝาก เช่น บัตร ATM หรือ Mobile Banking ธนาคารอาจพิจารณาเลือกใช้ฐานใดฐานหนึ่งในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ฐานทางกฎหมายตาม มาตรา 24 (5) การจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากลูกค้า แต่กรณีธนาคารเลือกใช้ฐานความยินยอมแล้ว ลูกค้าไม่ให้ความยินยอม ธนาคารจะไม่สามารถนำฐานทางกฎหมายตาม มาตรา 24 (5) มาใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกับลูกค้าในกิจกรรมดังกล่าวได้อีก และจะไม่สามารถเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดสำหรับกิจกรรมดังกล่าวได้

เอกสารต้นฉบับ