หน้าหลัก

ข้อหารือที่ 21/2567 — กยท. (เปิดเผยข้อมูลเกษตรกรชาวสวนยางให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา)

7 มาตราอ้างอิง
สารบัญในมาตรานี้
  1. ข้อกฎหมาย
  2. ข้อหารือ
  3. ความเห็น
  4. เอกสารต้นฉบับ

ข้อกฎหมาย

(ไม่ปรากฏหัวข้อข้อกฎหมายในเอกสารต้นฉบับ — ฐานทางกฎหมายที่อ้างถึงใน "ความเห็น" ประกอบด้วย มาตรา 3 (1), มาตรา 22, มาตรา 24 (4) และ (5), มาตรา 27 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม, มาตรา 37 (2), มาตรา 39, มาตรา 73 แห่ง PDPA + พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540)

ข้อหารือ

(ไม่ปรากฏหัวข้อข้อหารือในเอกสารต้นฉบับ — สรุปจากความเห็นว่า กยท. ขอหารือ 2 ประเด็น: (1) เปิดเผยข้อมูลในแบบ คบ.ก 1 แบบคำขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง และเอกสารประกอบให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา; (2) ฐานทางกฎหมายในการเปิดเผย)

ความเห็น

คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พิจารณาเรื่องหารือดังกล่าวแล้ว มีความเห็นว่า กยท. เป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงมีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติ ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในแบบ คบ.ก 1 แบบคำขอขึ้นทะเบียน เกษตรกรชาวสวนยาง และเอกสารประกอบ เมื่อพิจารณาตามความใน มาตรา 3 (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่บัญญัติว่า "ในกรณีที่มีกฎหมายว่าด้วยการใดบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะใด กิจการใด หรือหน่วยงานใดไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้บังคับตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้น เว้นแต่ (1) บทบัญญัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง ให้บังคับตาม บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้เป็นการเพิ่มเติม ไม่ว่าจะซ้ำกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้นหรือไม่ ก็ตาม ฯลฯ" กยท. ควรดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ที่ได้กำหนดเรื่องการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการของหน่วยงานของรัฐ รวมถึงข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐไว้โดยเฉพาะแล้วก่อน และให้ กยท. พิจารณา บทบัญญัติเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เป็นการเพิ่มเติม สำหรับการพิจารณาบทบัญญัติเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เป็นการเพิ่มเติมนั้น เห็นว่า กยท. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในแบบ คบ.ก 1 แบบคำขอ ขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง และเอกสารประกอบได้ โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตาม มาตรา 24 (4) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เนื่องจากเป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐ ที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเกษตรกรชาวสวนยาง แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาถึงที่สุดนั้น มาตรา 27 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บัญญัติห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับ ความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้น ไม่ต้องขอความยินยอมตาม มาตรา 24 หรือ มาตรา 26 ดังนั้น กยท. จะต้องพิจารณาเพิ่มเติมว่า การเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้กับทนายความผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของศาล ที่ประสงค์ จะนำข้อมูลของเกษตรกรชาวสวนยางซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาไปเพื่อประกอบคำร้องขอยึดทรัพย์ สามารถอ้างอิงฐานทางกฎหมายตามที่กำหนดไว้ใน มาตรา 24 ประกอบ มาตรา 27 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้หรือไม่ โดยคณะอนุกรรมการตอบข้อหารือฯ เห็นว่า การเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับทรัพย์สินของเกษตรกรชาวสวนยางที่เป็นลูกหนี้ ที่อยู่ในความครอบครอง หรือควบคุมดูแลของ กยท. ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่มีหลักฐานยืนยันความเป็นเจ้าหนี้ อาจถือเป็นกรณีที่ เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญไม่น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามนัย มาตรา 24 (5) ประกอบ มาตรา 27 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อย่างไรก็ตาม ในการใช้ฐานทางกฎหมายตาม มาตรา 24 (5) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังกล่าว กยท. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลควรใช้ความระมัดระวัง เป็นพิเศษเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้ได้รับผลกระทบ เกินสมควร โดยควรพิจารณาเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพียงเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วย กฎหมายตามนัย มาตรา 22 และหลีกเลี่ยงการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกินความคาดหวังปกติในบริบท ของการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เช่น การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของลูกหนี้ โดยตรง นอกจากนี้ กยท. มีหน้าที่บันทึกการใช้หรือเปิดเผยนั้นไว้ในรายการตาม มาตรา 39 ตามนัย มาตรา 27 วรรคสาม และมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคล ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ตาม มาตรา 37 (2) ประกอบ มาตรา 27 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วย อนึ่ง คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือฯ มีข้อสังเกตว่า หาก กยท. พิจารณาแล้วได้ดำเนินการ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อหารือนี้ และลูกหนี้ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการ ดังกล่าว เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลย่อมมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตาม มาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

เอกสารต้นฉบับ