หน้าหลัก

ข้อหารือที่ 5/2567 — สถานีตำรวจ D (TikTok โพสต์ใบหย่า — ม.4(1) household exception)

19 มาตราอ้างอิง
สารบัญในมาตรานี้
  1. ข้อกฎหมาย
  2. ข้อหารือ
  3. ความเห็น
  4. เอกสารต้นฉบับ

ข้อกฎหมาย

  1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — มาตรา 4 (1), มาตรา 5, มาตรา 6, มาตรา 19, มาตรา 20, มาตรา 23, มาตรา 24, มาตรา 26, มาตรา 28, มาตรา 29, มาตรา 30, มาตรา 31, มาตรา 32, มาตรา 33, มาตรา 34, มาตรา 35, มาตรา 36, มาตรา 37 และ มาตรา 41
  2. พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  3. ประมวลกฎหมายอาญา — มาตรา 326 และมาตรา 328
  4. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — มาตรา 420

ข้อหารือ

สถานีตำรวจ D แจ้งว่า มีผู้กล่าวหาผู้ใช้ TikTok ในข้อหาตาม PDPA · ผู้ใช้ TikTok ได้โพสต์ภาพใบสำคัญการหย่าที่มีชื่อและนามสกุลของผู้กล่าวหา ทำให้ได้รับความเสียหาย · ขอหารือว่า:

ความเห็น

ตาม มาตรา 6 "ข้อมูลส่วนบุคคล" = ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม · ภาพใบสำคัญการหย่าที่ปรากฏชื่อและนามสกุลของผู้กล่าวหา จึงถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA

สำหรับการนำภาพไปโพสต์ใน TikTok จะอยู่ภายใต้บังคับ PDPA และมีความผิดหรือไม่ — มาตรา 5 วรรคหนึ่งกำหนดว่า PDPA ใช้บังคับแก่การเก็บ/ใช้/เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยผู้ควบคุมข้อมูลซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร · มาตรา 6 กำหนดว่า "ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" = บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บ/ใช้/เปิดเผยข้อมูล

เมื่อพิจารณาบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบไว้หลายประการ (ฐานทางกฎหมาย มาตรา 24/มาตรา 26, privacy notice มาตรา 23, ส่งข้อมูลข้ามชาติ มาตรา 28/มาตรา 29, มาตรการความมั่นคง มาตรา 37, สิทธิเจ้าของข้อมูล มาตรา 30มาตรา 36, DPO มาตรา 41) — เห็นได้ว่ากฎหมายมุ่งประสงค์ใช้บังคับแก่บุคคลธรรมดา/นิติบุคคลที่มีการเก็บ/ใช้/เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเป็นระบบหรือเป็นประจำสม่ำเสมอเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง

ประกอบกับ มาตรา 4 (1) กำหนดข้อยกเว้นไม่ให้นำ PDPA ไปใช้บังคับแก่การเก็บ/ใช้/เปิดเผยข้อมูลของบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อกิจกรรมในครอบครัว (household exception)

ดังนั้น สถานีตำรวจ D ต้องพิจารณาว่าการกระทำของผู้ต้องหา (บุคคลธรรมดา) เป็นการเก็บ/ใช้/เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อกิจกรรมในครอบครัวหรือไม่ · หากพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ส่วนตน โดยไม่มีลักษณะเป็นการเก็บ/ใช้/เปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นระบบหรือเป็นประจำสม่ำเสมอ — ย่อมไม่อยู่ในขอบเขตการบังคับใช้ PDPA ตาม มาตรา 4 (1)

อย่างไรก็ดี หากการกระทำมีลักษณะเป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวของบุคคลอื่นเกินสมควร หรือเข้าองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายอื่นใด ผู้กระทำอาจมีความรับผิดตามกฎหมายเหล่านั้น เช่น พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์, ป.อ. ฐานหมิ่นประมาท (ม.326/328), หรือการทำละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 420

(หมายเหตุ: ruling pattern เดียวกับ opinion-4/2567 และ opinion-6/2567 ที่ตำรวจคนละสถานี-คนละ social media ได้รับคำตอบเดียวกัน)

เอกสารต้นฉบับ