ระเบียบว่าด้วยการยื่น การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565

8 มาตราอ้างอิง
สารบัญในหน้านี้
  1. ใจความสำคัญ
  2. ตัวบท
  3. เหตุผลและฐานอำนาจ
  4. เอกสารต้นฉบับ

ใจความสำคัญ

ระเบียบฉบับนี้วางขั้นตอนทั้งกระบวนการของการร้องเรียนตามหมวด 5 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — ตั้งแต่การยื่นคำร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การตรวจสอบและวิเคราะห์เบื้องต้นโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ การจ่ายเรื่องโดยเลขาธิการ ไปจนถึงการพิจารณา การไกล่เกลี่ย และการออกคำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ พร้อมกรอบเวลาที่ชัดเจนในแต่ละชั้น

ตัวบท

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลว่าด้วยการยื่น การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565"

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3 ในระเบียบนี้

"คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ" หมายความว่า คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

"ผู้ร้องเรียน" หมายความว่า เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้สิทธิร้องเรียนในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

"เรื่องร้องเรียน" หมายความว่า เรื่องร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

"เจ้าหน้าที่" หมายความว่า พนักงานของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

"พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

"สำนักงาน" หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

"เลขาธิการ" หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ 4 ในการดำเนินการหรือพิจารณาออกคำสั่งตามระเบียบนี้ นอกจากที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้นำกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อ 5 การใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาดำเนินการด้วยความเหมาะสม เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเป็นธรรมและความรวดเร็ว

ข้อ 6 ให้ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

หมวด 1 การยื่นคำร้องเรียน

ข้อ 7 ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ โดยให้ยื่นคำร้องเรียนโดยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(1) ยื่นโดยตรงต่อสำนักงาน

(2) ยื่นผ่านทางไปรษณีย์มายังสำนักงาน

(3) ยื่นผ่านทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือช่องทางอื่นใดตามที่สำนักงานประกาศกำหนด

ข้อ 8 คำร้องเรียนที่ยื่นต่อสำนักงาน ต้องมีความชัดเจน สามารถทำความเข้าใจได้ ใช้ถ้อยคำสุภาพ ไม่หยาบคาย ไม่มีลักษณะเป็นการกรรโชก ข่มขู่ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม และต้องมีรายละเอียดและเอกสารหลักฐานอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(1) ชื่อตัว ชื่อสกุล ของผู้ร้องเรียน และที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ร้องเรียนหรือผู้รับมอบอำนาจสำหรับการติดต่อ พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารประจำตัวอื่นของผู้ร้องเรียนซึ่งออกโดยราชการ โดยในกรณีที่เป็นการมอบอำนาจให้ร้องเรียนแทน จะต้องแนบหนังสือมอบอำนาจให้ร้องเรียนแทนที่มีรายละเอียดเรื่องที่มอบอำนาจและติดอากรแสตมป์ที่ถูกต้องครบถ้วน และลงนามโดยผู้ร้องเรียนและผู้รับมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง หรือสำเนาเอกสารประจำตัวอื่นของผู้มอบอำนาจซึ่งออกโดยราชการซึ่งรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มอบอำนาจ สำหรับผู้รับมอบอำนาจให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารประจำตัวอื่นซึ่งออกโดยราชการต่อเจ้าหน้าที่

(2) รายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อมูลที่เกี่ยวข้องว่า ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร

(3) รายละเอียดความเดือดร้อนเสียหายหรือผลกระทบต่อผู้ร้องเรียน

(4) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียน เช่น พยานเอกสาร พยานวัตถุ หรือถ้อยคำของพยานบุคคลที่สนับสนุนเรื่องร้องเรียนที่มีความชัดเจนเพียงพอที่จะพิจารณาได้

(5) คำขอที่ผู้ร้องเรียนต้องการให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการ

(6) คำรับรองว่าข้อความที่ร้องเรียนเป็นความจริง

คำร้องเรียนตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดทำเป็นหนังสือหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ตามที่สำนักงานประกาศกำหนด โดยระบุรายละเอียดครบถ้วนตามวรรคหนึ่ง และมีการลงลายมือชื่อของผู้ร้องเรียนหรือผู้รับมอบอำนาจ และให้เจ้าหน้าที่ออกใบรับคำร้องเรียนให้แก่ผู้ร้องเรียน

ให้เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ร้องเรียนในการยื่นคำร้องเรียน

ในการยื่นคำร้องเรียนตามข้อ 7 (1) หากเจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องเก็บสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง หรือสำเนาเอกสารประจำตัวอื่นของผู้ร้องเรียนหรือผู้รับมอบอำนาจ ซึ่งออกโดยราชการ ให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้จัดทำสำเนาเอง

หมวด 2 การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน

ส่วนที่ 1 การดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนโดยพนักงานเจ้าหน้าที่

ข้อ 9 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำร้องเรียนตามข้อ 7 แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดคำร้องเรียนว่า มีลักษณะ รายละเอียด และเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามข้อ 8 หรือไม่โดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสิบห้าวันนับแต่ได้รับคำร้องเรียน หากถูกต้องครบถ้วนให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับคำร้องเรียน โดยระบุวันที่ที่รับคำร้องเรียนและรหัสอ้างอิงในการรับคำร้องเรียน ให้แก่ผู้ร้องเรียนหรือผู้รับมอบอำนาจ

ในกรณีที่คำร้องเรียนมีลักษณะ รายละเอียด และเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งผู้ร้องเรียนหรือผู้รับมอบอำนาจทราบโดยเร็ว พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการแก้ไขคำร้องเรียน และแจ้งให้ทราบว่า คำร้องเรียนดังกล่าวจะยังไม่มีผลสมบูรณ์และไม่ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจนกว่าจะได้แก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนดในข้อ 8

ข้อ 10 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามข้อ 9 แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอเรื่องร้องเรียนผ่านเลขาธิการเพื่อให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณา โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและวิเคราะห์รายละเอียดของเรื่องร้องเรียนเบื้องต้นในประเด็น ดังต่อไปนี้

(1) เป็นการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่

(2) เรื่องร้องเรียนมีมูล เป็นสาระสำคัญ และสมเหตุสมผลที่จะร้องเรียนหรือไม่

(3) เรื่องร้องเรียนอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ และหน้าที่และอำนาจในการพิจารณาเป็นไปตามกฎหมายอื่นหรือเป็นของหน่วยงานอื่นหรือไม่

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้เสร็จภายในสิบห้าวัน นับแต่ได้ออกใบรับคำร้องเรียนตามข้อ 9 วรรคหนึ่ง เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่นที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ในกำหนดเวลา ให้ดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว

ในการดำเนินการวรรคหนึ่ง หากพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่นำมาประกอบการยื่นคำร้องเรียนไม่เพียงพอต่อการพิจารณา พนักงานเจ้าหน้าที่อาจใช้อำนาจตาม มาตรา 76 ก่อนเสนอให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาก็ได้

ข้อ 11 ในกรณีที่มีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญหลายคณะ ให้เลขาธิการเป็นผู้พิจารณาว่าจะให้เสนอเรื่องร้องเรียนดังกล่าวให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญคณะใดพิจารณา โดยคำนึงถึงหน้าที่และอำนาจตามที่ได้รับการแต่งตั้งจากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญในแต่ละคณะ ตลอดจนปริมาณงานและความเร่งด่วนของงาน

ในกรณีที่เรื่องร้องเรียนที่พิจารณา เป็นประเด็นที่มีความสำคัญ หรือมีความซับซ้อนต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะในหลายด้านหรือต้องการความรอบคอบในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เลขาธิการอาจเสนอเรื่องร้องเรียนนั้นให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมากกว่าหนึ่งคณะมาประชุมปรึกษาหารือร่วมกันเป็นกรณีพิเศษก็ได้

ในกรณีที่มีเหตุอันทำให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับมอบหมายตามวรรคหนึ่งไม่สามารถพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่อไปได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ให้เลขาธิการเป็นผู้พิจารณาว่าจะให้โอนเรื่องร้องเรียนดังกล่าวให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญคณะใดพิจารณาแทน

ส่วนที่ 2 การดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ

ข้อ 12 เมื่อเลขาธิการส่งเรื่องร้องเรียนให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญแล้ว ให้ประธานกรรมการผู้เชี่ยวชาญเรียกประชุมคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าวโดยเร็ว

ข้อ 13 คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญอาจใช้ดุลยพินิจโดยมีคำสั่งไม่รับเรื่องหรือสั่งยุติเรื่องร้องเรียนที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ก็ได้

(1) คำร้องเรียนมีลักษณะ รายละเอียด และเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนตามข้อ 8

(2) เรื่องร้องเรียนที่มีคู่กรณี ข้อเท็จจริง และประเด็นที่อาศัยมูลเหตุเดียวกันที่เคยยื่นต่อสำนักงานตามระเบียบนี้และคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้มีการพิจารณาเรื่องร้องเรียนจนเป็นที่ยุติแล้ว

(3) เรื่องร้องเรียนที่ไม่ใช่กรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

(4) เรื่องร้องเรียนที่มีผู้มีอำนาจพิจารณาในเรื่องนั้นอยู่แล้วตามกฎหมายอื่น

(5) เรื่องร้องเรียนที่ผู้ร้องเรียนไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

(6) เรื่องร้องเรียนที่ผู้ร้องเรียนขอถอนคำร้องเรียน หรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ปฏิบัติตามคำขอของผู้ร้องเรียนแล้ว

ข้อ 14 ในการพิจารณาเรื่องร้องเรียน ของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(1) หากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเรื่องร้องเรียนแล้วรับฟังได้ว่า เรื่องร้องเรียนนั้นเข้าลักษณะตามข้อ 13 คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจะมีคำสั่งไม่รับเรื่องหรือสั่งยุติเรื่องก็ได้ และให้ส่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวคืนให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ร้องเรียนทราบ

(2) หากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเรื่องร้องเรียนแล้วรับฟังได้ว่า เรื่องร้องเรียนนั้นไม่มีมูล ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมีคำสั่งยุติเรื่อง และส่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวคืนให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ร้องเรียนทราบ

(3) หากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเรื่องร้องเรียนแล้วรับฟังได้ว่า เรื่องร้องเรียนนั้นเป็นกรณีซึ่งอาจไกล่เกลี่ยได้ ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบถามคู่กรณีว่าประสงค์จะให้ไกล่เกลี่ยหรือไม่ หากคู่กรณีทั้งสองฝ่ายประสงค์จะให้ไกล่เกลี่ย ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญดำเนินการไกล่เกลี่ยโดยเร็ว แต่หากเรื่องร้องเรียนนั้นไม่อาจไกล่เกลี่ยได้ หรือไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญดำเนินการตาม มาตรา 74 วรรคสามและวรรคสี่ และดำเนินการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตามระเบียบนี้ต่อไป

ข้อ 15 ในการดำเนินการตามข้อ 14 หากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่นำมาประกอบการยื่นคำร้องเรียนไม่เพียงพอต่อการพิจารณา ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญใช้อำนาจตาม มาตรา 72 และมาตรา 75 หรือสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจตาม มาตรา 76

ข้อ 16 ในกรณีที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า คำร้องเรียนมีมูลและมีพยานหลักฐานชัดเจนว่าผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจริง ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญลงโทษปรับทางปกครองตามหลักเกณฑ์การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดตาม มาตรา 90 วรรคสอง

ข้อ 17 ในกรณีที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า การพิจารณาเรื่องร้องเรียนเรื่องใดมีประเด็นข้อกฎหมายหรือปัญหาที่เกิดจากการบังคับใช้กฎหมายที่สำคัญและจำเป็นต้องมีการตีความหรือวินิจฉัยชี้ขาดโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลก่อน ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพักการพิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไว้ชั่วคราว และส่งเรื่องให้เลขาธิการมีหนังสือไปยังคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อพิจารณาตีความและวินิจฉัยชี้ขาด แล้วจึงนำไปประกอบการพิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าวต่อไป

ข้อ 18 ในกรณีที่มีเรื่องร้องเรียนโดยผู้ร้องเรียนหลายรายในเรื่องเดียวกันหรือเกี่ยวเนื่องกันอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญคณะเดียวกัน หากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเห็นเอง หรือผู้ร้องเรียนร้องขอ คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญอาจมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนเหล่านั้นและพิจารณาไปพร้อมกันก็ได้

การรวมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนที่อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญต่างคณะกัน ให้เสนอต่อเลขาธิการ เพื่อพิจารณาดำเนินการ

ข้อ 19 คู่กรณีอาจเสนอข้อเท็จจริงหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยทำเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่พิจารณาเรื่องร้องเรียนเพื่อประกอบการพิจารณาก่อนมีคำสั่งได้

ข้อ 20 ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเรื่องร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายในเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่มีการประชุมครั้งแรก เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่นที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ในกำหนดเวลา

ในกรณีที่ไม่สามารถพิจารณาเรื่องที่ร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดในวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญรายงานปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้การพิจารณาเรื่องร้องเรียนไม่แล้วเสร็จต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและขออนุมัติขยายเวลาพิจารณาออกไปอีกไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินหกสิบวัน ภายหลังการได้รับอนุมัติให้ขยายเวลา คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญต้องรีบสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งผู้ร้องเรียนถึงเหตุสุดวิสัยหรือเหตุขัดข้องดังกล่าวให้ผู้ร้องเรียนทราบโดยไม่ชักช้า

ข้อ 21 ในการดำเนินการตามระเบียบนี้ เมื่อผลการพิจารณาเป็นประการใด ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญแจ้งให้ผู้ร้องเรียนทราบพร้อมด้วยเหตุผล และในกรณีที่ไม่รับเรื่องร้องเรียนหรือยุติเรื่องที่มีผู้มีอำนาจพิจารณาในเรื่องนั้นอยู่แล้วตามกฎหมายอื่น ให้แจ้งผู้ร้องเรียนทราบ หากผู้ร้องเรียนประสงค์จะให้ส่งเรื่องให้ผู้มีอำนาจพิจารณาในเรื่องนั้นตามกฎหมายอื่น ให้ดำเนินการตามความประสงค์ดังกล่าว และให้ถือว่าผู้มีอำนาจพิจารณาได้รับเรื่องร้องเรียนนับแต่วันที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้รับเรื่องร้องเรียนนั้น

ประกาศ ณ วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565

เธียรชัย ณ นคร

ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เหตุผลและฐานอำนาจ

ระเบียบฉบับนี้ไม่มีย่อหน้าเหตุผล ("โดยที่...") ใน preamble — ออกโดยอาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 16 (4) และ มาตรา 73 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจึงออกระเบียบไว้

เอกสารต้นฉบับ

หมายเหตุการคัดลอกตัวบท: ตัวบทในหน้านี้ถอดจาก PDF ฉบับราชกิจจานุเบกษา (ลิงก์ที่ 3) ซึ่งเป็นฉบับทางการ — ไฟล์ PDF local เป็นฉบับแปลงจากเอกสารทีมงานซึ่งมีข้อความสลับบรรทัดในข้อ 10