มาตรา 59
สารบัญในมาตรานี้
ตัวบท
มาตรา 59 ผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องห้ามมิให้เป็นเลขาธิการ
(1) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
(2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(3) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกไม่ว่าจะได้รับโทษจำคุกจริงหรือไม่ เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(4) เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้าง ของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐหรือของราชการส่วนท้องถิ่น
(5) เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(6) เป็นหรือเคยเป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นในพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(7) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หรือออกจากงานจากหน่วยงานที่เคยปฏิบัติหน้าที่ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หรือเคยถูกถอดถอนจากตำแหน่ง
(8) เคยถูกให้ออกเพราะไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานตามมาตรา 62 (4)
(9) เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
สรุป
มาตรานี้กำหนด 9 ลักษณะต้องห้าม ของเลขาธิการ — ผู้สมัครต้องไม่มีลักษณะใดเลย จึงจะมีสิทธิเข้ารับการแต่งตั้งตาม มาตรา 57 ครอบคลุม: ความสามารถทางกฎหมาย (ล้มละลาย/ไร้ความสามารถ/เคยต้องโทษ), ความซ้อนตำแหน่ง (ข้าราชการประจำ/การเมือง/พรรคการเมือง), ประวัติด่างพร้อย (ถูกไล่ออก/ถูกถอดถอน/ไม่ผ่านประเมิน), และผลประโยชน์ทับซ้อน (มีส่วนได้เสียในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน)
องค์ประกอบสำคัญ
- กลุ่ม A — ความสามารถทางกฎหมายและประวัติอาญา:
- (1) ล้มละลาย: เป็นบุคคลล้มละลายในปัจจุบัน หรือเคยล้มละลายทุจริต (ถ้าเคยล้มละลาย "ปกติ" ที่พ้นแล้วไม่ใช่ทุจริต ไม่ห้าม)
- (2) ไร้ความสามารถ/เสมือนไร้ความสามารถ: บุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
- (3) ต้องคำพิพากษาจำคุก:
- คำพิพากษาถึงที่สุด (ไม่ใช่ระหว่างอุทธรณ์/ฎีกา)
- ห้ามแม้ไม่ได้รับโทษจริง (รอลงอาญา = ห้าม)
- ข้อยกเว้น: ความผิดโดยประมาท + ความผิดลหุโทษ
- กลุ่ม B — ความซ้อนตำแหน่ง:
- (4) ข้าราชการ/พนักงาน/ลูกจ้างปัจจุบัน ของรัฐ — ต้องลาออกจากตำแหน่งราชการก่อน (ดู มาตรา 66 วรรคหนึ่ง สำหรับกลไกการยืมตัวชั่วคราวที่ต่างกัน)
- (5) นักการเมือง: เป็น หรือ เคยเป็น (ภายใน 1 ปี) ข้าราชการการเมือง / สส / สว / สมาชิกสภาท้องถิ่น / ผู้บริหารท้องถิ่น
- (6) สมาชิก/เจ้าหน้าที่พรรคการเมือง: เป็น หรือ เคยเป็น (ภายใน 1 ปี) — เพื่อรักษาความเป็นกลางทางการเมือง
- กลุ่ม C — ประวัติด่างพร้อย:
- (7) ถูกไล่ออก/ปลดออก/ถูกถอดถอน: เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือประพฤติชั่วร้ายแรง — ใช้ได้ตลอดชีวิต (ไม่มีระยะเวลาฟื้นฟู)
- (8) ไม่ผ่านการประเมิน: เคยถูกให้ออกตาม มาตรา 62 (4) (ฐานเดียวกับเลขาธิการที่อยู่ในตำแหน่ง)
- กลุ่ม D — ผลประโยชน์ทับซ้อน:
- (9) ส่วนได้เสีย: ในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน — ทางตรง (เป็นเจ้าของกิจการที่อยู่ภายใต้การกำกับ) หรือ ทางอ้อม (มีคู่สมรส/บุตร/หุ้น)
มาตราที่อ้างอิง
- มาตรา 58 — คุณสมบัติเลขาธิการ — มาตรานี้คู่กัน (คุณสมบัติเชิงบวก vs ลักษณะต้องห้าม)
- มาตรา 62 — การพ้นจากตำแหน่งของเลขาธิการ — (4) เป็นฐานของ ม.59 (8)
หมายเหตุ
- ความเชื่อมโยงกับ มาตรา 58: ผู้สมัครต้องผ่านทั้ง มาตรา 58 (มี 3 คุณสมบัติเชิงบวก) และไม่มี 9 ลักษณะต้องห้ามใน มาตรา 59 นี้
- ความเชื่อมโยงกับ มาตรา 62: ลักษณะต้องห้ามใน มาตรา 59 เป็นฐานให้พ้นจากตำแหน่งระหว่างดำรงตำแหน่งด้วย — มาตรา 62 (3) ระบุว่าหากเลขาธิการที่ดำรงตำแหน่งอยู่ "ขาดคุณสมบัติตาม มาตรา 58 หรือมีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 59" ให้พ้นจากตำแหน่ง
- (3) คำพิพากษาจำคุก — ขอบเขต:
- ครอบคลุมทุกฐานความผิดอาญา ที่ต้องโทษจำคุก (ลักทรัพย์ ฉ้อโกง เมาแล้วขับที่ถึงโทษจำคุก ฯลฯ)
- ข้อยกเว้น "โดยประมาท" เช่น ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย — ไม่ห้าม (เพราะไม่มีเจตนาทุจริต)
- ข้อยกเว้น "ลหุโทษ" = โทษเล็กน้อย เช่น ส่งเสียงดังรบกวน ทิ้งขยะ — ไม่ห้าม
- (4) vs (5): (4) ห้ามปัจจุบันของข้าราชการ — ผู้สมัครที่เคยเป็นข้าราชการประจำที่ลาออกแล้วไม่ห้าม; (5) ห้ามทั้งปัจจุบันและเคยเป็น 1 ปีของนักการเมือง — เข้มงวดกว่า เพราะการเมืองมีความเสี่ยงต่อความเป็นกลางมากกว่า
- (6) ผู้สนับสนุนพรรค vs สมาชิกพรรค: เน้นที่ "กรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่น" + "เจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง" — ดังนั้น สมาชิกพรรคทั่วไปที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดในพรรค ไม่ต้องห้าม (ตัวบทแคบกว่าที่อาจคิด)
- (7) "ทุจริตต่อหน้าที่" vs "ประพฤติชั่วร้ายแรง": 2 ฐานต่างกัน
- ทุจริตต่อหน้าที่ = ใช้อำนาจหน้าที่หาประโยชน์ส่วนตัว
- ประพฤติชั่วร้ายแรง = พฤติกรรมที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของหน่วยงาน เช่น ล่วงละเมิดทางเพศ ทำร้ายผู้อื่น
- (9) ส่วนได้เสีย — ขอบเขตกว้าง:
- "กิจการที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน" หมายถึงกิจการที่อยู่ภายใต้การกำกับของ พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุมข้อมูล/ผู้ประมวลผลข้อมูล)
- ทางตรง = เป็นกรรมการ/ผู้ถือหุ้น/ที่ปรึกษาของบริษัทที่อยู่ภายใต้การกำกับ
- ทางอ้อม = ครอบครัวใกล้ชิด (บิดา-มารดา-คู่สมรส-บุตร) มีส่วนได้เสียในลักษณะข้างต้น
- แทบทุกบริษัทขนาดใหญ่ในไทยเป็นผู้ควบคุมข้อมูลตาม พรบ. — เลขาธิการที่จะรับตำแหน่งจึงต้องสละผลประโยชน์ ในธุรกิจที่ตนถือหุ้นใหญ่ก่อน