คำสั่งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ
คณะที่ 1 (12 ฉบับ)
- 1/2566ไม่รับเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 1 มีคำสั่งไม่รับเรื่องร้องเรียน กรณีผู้ร้องเรียนกล่าวหาว่าผู้ถูกร้องเรียน (ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Mobile Banking) ขอความยินยอมในลักษณะที่ไม่ให้อิสระแก่ผู้ร้องเรียน ไม่เป็นไปตามมาตรา 19 วรรคสี่ เนื่องจากผู้ร้องเรียนประสงค์ขอถอนคำร้องเรียนและผู้ถูกร้องเรียนได้ปรับปรุงแก้ไขแล้ว อาศัยอำนาจตามมาตรา 74 วรรคหนึ่ง
- 2/2566ไม่รับเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 1 มีคำสั่งไม่รับเรื่องร้องเรียน กรณีผู้ร้องเรียนกล่าวหาผู้ถูกร้องเรียนที่ 1 (สถาบันการเงิน) ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และถูกทวงถามหนี้จากผู้ถูกร้องเรียนที่ 3 โดยไม่ได้ให้ความยินยอม เนื่องจากผู้ร้องเรียนจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ได้จัดทำคำร้องเรียนตามแบบ และไม่ติดต่อกลับภายในกำหนด อาศัยอำนาจตามมาตรา 74 วรรคหนึ่ง
- 3/2566ไม่รับเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 1 มีคำสั่งไม่รับเรื่องร้องเรียน กรณีผู้ร้องเรียน (พนักงานในสังกัดผู้ถูกร้องเรียน) กล่าวหาว่าผู้ถูกร้องเรียน (สถาบันการเงิน) เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลการเงินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย คณะกรรมการเห็นว่าการกระทำอยู่ในอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบของบริษัทเพื่อพิจารณาลงโทษพนักงาน และได้ขอความยินยอมไว้ก่อนแล้ว จึงไม่เป็นความผิด ประกอบกับผู้ร้องเรียนขอถอนเรื่อง อาศัยอำนาจตามมาตรา 74 วรรคสอง
- 7/2566ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 1 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณีผู้ร้องเรียนถูกหักเงินจากบัญชีเงินฝาก คณะกรรมการเห็นว่าผู้ถูกร้องเรียนมีสิทธิเข้าถึงและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลโดยอาศัยฐานความจำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญาตามมาตรา 24 (3) จึงไม่เป็นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติฯ ส่วนประเด็นการหักกลบลบหนี้เป็นเรื่องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อาศัยอำนาจตามมาตรา 74
- 3/2567ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 1 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณีผู้ร้องเรียนถูกเสนอผลิตภัณฑ์ทางการตลาดทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับความยินยอม คณะกรรมการเห็นว่าผู้ถูกร้องเรียนประชาสัมพันธ์โดยอาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 24 (5) และเมื่อผู้ร้องเรียนคัดค้าน ผู้ถูกร้องเรียนได้นำรายชื่อออกแล้ว ประกอบกับผู้ร้องเรียนขอถอนคำร้องเรียน อาศัยอำนาจตามมาตรา 74 วรรคสอง
- 4/2567ตักเตือน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 1 สั่งตักเตือนและแก้ไข บริษัท A. (อดีตนายจ้าง) ที่นำชื่อ-นามสกุลของอดีตพนักงานไปจัดทำใบเตือนต่ออายุประกันรถยนต์ส่งให้ลูกค้าโดยไม่ได้รับความยินยอมและไม่มีฐานทางกฎหมาย (ฝ่าฝืน มาตรา 27) ทั้งไม่ดำเนินการให้ข้อมูลถูกต้องเป็นปัจจุบัน (ฝ่าฝืน มาตรา 35) และขาดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย (ฝ่าฝืน มาตรา 37(1)) แม้ผู้ร้องเรียนถอนเรื่องหลังการเจรจาไกล่เกลี่ย คณะกรรมการเห็นควรตักเตือน + ให้แก้ไขมาตรการ + รายงานผลภายใน 30 วัน
- 5/2567ตักเตือน คำสั่งคู่ขนาน (template ruling) ของ 4/2567 — คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 1 สั่งตักเตือนและแก้ไข บริษัท A. (อดีตนายจ้าง) ที่นำชื่อ-นามสกุลของอดีตพนักงานอีกรายไปจัดทำใบเตือนต่ออายุประกันรถยนต์ส่งให้ลูกค้า โดยไม่ได้รับความยินยอมและไม่มีฐานทางกฎหมาย (ฝ่าฝืน มาตรา 27, 35, 37(1)) แม้ผู้ร้องเรียนถอนเรื่องหลังการเจรจาไกล่เกลี่ย คณะกรรมการเห็นควรตักเตือน + ให้แก้ไขมาตรการ + รายงานผลภายใน 30 วัน
-
6/2567ตักเตือน
คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 1 สั่งตักเตือนธนาคาร A. ที่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์การตลาดแบบตรงโดยไม่ได้รับความยินยอมและไม่มีฐานทางกฎหมาย (ฝ่าฝืน มาตรา 27) ให้ปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบความยินยอม/ฐานกฎหมายและแจ้งผลภายใน 30 วัน
มาตราที่ละเมิดมาตรา 27
- 7/2567ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 1 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณีเจ้าหน้าที่ธนาคารสแกนสำเนาบัตรประชาชนของผู้ร้องเรียนเพื่อทำธุรกรรมปิดบัญชี โดยเห็นว่าเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูล (เข้าข้อยกเว้นมาตรา 24 (5)) และผู้ถูกร้องเรียนได้ลบทำลายข้อมูลภายใน 7 วันหลังปิดบัญชีตามวิธีปฏิบัติของธนาคารและตามคำขอของผู้ร้อง การเก็บรวบรวมจึงไม่เกินกว่าความจำเป็นและปฏิบัติโดยชอบตามมาตรา 22 อาศัยอำนาจตามมาตรา 74
- 8/2567ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 1 สั่งให้ธนาคาร A ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อย่างเคร่งครัด กรณีเจ้าหน้าที่ของธนาคารยังคงติดต่อชักชวนผู้ร้องเรียนสมัครบัตรเครดิตหลังจากผู้ร้องเรียนได้ถอนความยินยอมไปแล้ว ฝ่าฝืน มาตรา 19 (ไม่มีอำนาจเก็บ/ใช้/เปิดเผยข้อมูลหลังถอนความยินยอม) และมาตรา 27 (ใช้/เปิดเผยโดยไม่ได้รับความยินยอม) แม้ทั้งสองฝ่ายประนีประนอมยอมความกันแล้ว คณะกรรมการให้จัดทำการสร้างเสริมความตระหนักรู้แก่บุคลากรและปรับปรุงการบริหารคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล + รายงานผลภายใน 30 วัน อาศัยอำนาจตามมาตรา 74 (1)
- 12/2567ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 1 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณีเจ้าหน้าที่ของบริษัท A ติดต่อผู้ร้องเรียนเพื่อแจ้งต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์หลังจากผู้ร้องเรียนแจ้งให้ลบหมายเลขโทรศัพท์ออกจากระบบ คณะกรรมการเห็นว่าผู้ถูกร้องเรียนได้ดำเนินการตามคำขอของผู้ร้องเรียนแล้วตามระเบียบ คคส. ข้อ 13 (6) จึงยุติเรื่อง แต่กำชับให้ผู้ถูกร้องเรียนแจ้งการดำเนินการตามคำขอแก่ผู้ร้องเรียนหรือผู้ใช้บริการโดยทันทีเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องร้องเรียนในลักษณะนี้อีก อาศัยอำนาจตามมาตรา 74
- 21/2567ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 1 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณีธนาคาร A ทบทวนสินเชื่อของผู้ร้องเรียน (ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์เดิม) โดยตรวจสอบประวัติชำระหนี้ผ่านบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติทุกเดือนโดยไม่ได้ขอความยินยอม คณะกรรมการเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการดำเนินการกับข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตและสมาชิกตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต (พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545) ตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต เรื่องการเปิดเผยหรือให้ข้อมูลแก่สมาชิกหรือผู้ใช้บริการและการให้ความยินยอมของเจ้าของข้อมูล จึงเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 4 (6) แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (กรณีดังกล่าวไม่อยู่ภายใต้บังคับ PDPA) อาศัยอำนาจตามมาตรา 74
คณะที่ 2 (34 ฉบับ)
- 1/2566ไม่รับเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งไม่รับเรื่องร้องเรียน กรณีผู้ร้องเรียน (พ้นโทษแล้ว) ขอให้ [หน่วยงาน A] ลบประวัติอาชญากรของตนออกจากฐานข้อมูล คณะกรรมการเห็นว่าการจัดทำทะเบียนประวัติอาชญากรเป็นการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 เพื่อกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ไม่ใช้บังคับตามมาตรา 4 (2) และ (5) ประกอบมาตรา 26 วรรคสาม อาศัยอำนาจมาตรา 74 วรรคหนึ่ง
- 2/2566ไม่รับเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งไม่รับเรื่องร้องเรียน กรณีผู้ร้องเรียน (พ้นโทษแล้ว) ขอให้ [หน่วยงาน A] ลบประวัติอาชญากรของตนออกจากฐานข้อมูล คณะกรรมการเห็นว่าการจัดทำทะเบียนประวัติอาชญากรเป็นการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 เพื่อกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ไม่ใช้บังคับตามมาตรา 4 (2) และ (5) ประกอบมาตรา 26 วรรคสาม อาศัยอำนาจมาตรา 74 วรรคหนึ่ง (คำสั่งฉบับ template เดียวกับ 1/2566)
- 3/2566ไม่รับเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งไม่รับเรื่องร้องเรียน กรณีผู้ร้องเรียน (พ้นโทษแล้ว) ขอให้ [หน่วยงาน A] ลบประวัติอาชญากรของตนออกจากฐานข้อมูล คณะกรรมการเห็นว่าการจัดทำทะเบียนประวัติอาชญากรเป็นการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 เพื่อกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ไม่ใช้บังคับตามมาตรา 4 (2) และ (5) ประกอบมาตรา 26 วรรคสาม อาศัยอำนาจมาตรา 74 วรรคหนึ่ง (คำสั่งฉบับ template เดียวกับ 1-2/2566)
- 4/2566ไม่รับเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งไม่รับเรื่องร้องเรียน กรณีผู้ร้องเรียนขอให้ [หน่วยงาน A] ลบประวัติอาชญากรของตนออกจากฐานข้อมูล คณะกรรมการเห็นว่าการจัดทำทะเบียนประวัติอาชญากรเป็นการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 เพื่อกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ไม่ใช้บังคับตามมาตรา 4 (2) และ (5) ประกอบมาตรา 26 วรรคสาม อาศัยอำนาจมาตรา 74 วรรคหนึ่ง (คำสั่งฉบับ template เดียวกับ 1-3/2566)
- 5/2566ไม่รับเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งไม่รับเรื่องร้องเรียน กรณีผู้ร้องเรียน (พ้นโทษแล้ว) ขอให้ [หน่วยงาน A] ลบประวัติอาชญากรของตนออกจากฐานข้อมูล คณะกรรมการเห็นว่าการจัดทำทะเบียนประวัติอาชญากรเป็นการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 เพื่อกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ไม่ใช้บังคับตามมาตรา 4 (2) และ (5) ประกอบมาตรา 26 วรรคสาม อาศัยอำนาจมาตรา 74 วรรคหนึ่ง (คำสั่งฉบับ template เดียวกับ 1-4/2566 · source mojibake heavy — 18 จุด ค า/ด า/ส า/ต า/อ า → ฟิกซ์แล้ว)
- 6/2566ไม่รับเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งไม่รับเรื่องร้องเรียน กรณีผู้ร้องเรียน (พ้นโทษแล้ว) ขอให้ [หน่วยงาน A] ลบประวัติอาชญากรของตนออกจากฐานข้อมูล คณะกรรมการเห็นว่าการจัดทำทะเบียนประวัติอาชญากรเป็นการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 เพื่อกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ไม่ใช้บังคับตามมาตรา 4 (2) และ (5) ประกอบมาตรา 26 วรรคสาม อาศัยอำนาจมาตรา 74 วรรคหนึ่ง (คำสั่งฉบับ template เดียวกับ 1-5/2566)
- 7/2566ไม่รับเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งไม่รับเรื่องร้องเรียน กรณีผู้ร้องเรียน (พ้นโทษแล้ว) ขอให้ [หน่วยงาน A] ลบประวัติอาชญากรของตนออกจากฐานข้อมูล คณะกรรมการเห็นว่าการจัดทำทะเบียนประวัติอาชญากรเป็นการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 เพื่อกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ไม่ใช้บังคับตามมาตรา 4 (2) และ (5) ประกอบมาตรา 26 วรรคสาม อาศัยอำนาจมาตรา 74 วรรคหนึ่ง (คำสั่งฉบับ template เดียวกับ 1-6/2566)
- 8/2566ไม่รับเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งไม่รับเรื่องร้องเรียน กรณีผู้ร้องเรียน (พ้นโทษแล้ว) ขอให้ [หน่วยงาน A] ลบประวัติอาชญากรของตนออกจากฐานข้อมูล คณะกรรมการเห็นว่าการจัดทำทะเบียนประวัติอาชญากรเป็นการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 เพื่อกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ไม่ใช้บังคับตามมาตรา 4 (2) และ (5) ประกอบมาตรา 26 วรรคสาม อาศัยอำนาจมาตรา 74 วรรคหนึ่ง (คำสั่งฉบับ template เดียวกับ 1-7/2566)
- 9/2566ไม่รับเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งไม่รับเรื่องร้องเรียน กรณีผู้ร้องเรียน (พ้นโทษแล้ว) ขอให้ [หน่วยงาน A] ลบประวัติอาชญากรของตนออกจากฐานข้อมูล คณะกรรมการเห็นว่าการจัดทำทะเบียนประวัติอาชญากรเป็นการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 เพื่อกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ไม่ใช้บังคับตามมาตรา 4 (2) และ (5) ประกอบมาตรา 26 วรรคสาม อาศัยอำนาจมาตรา 74 วรรคหนึ่ง (คำสั่งฉบับ template เดียวกับ 1-8/2566 — ฉบับสุดท้ายของชุด nine-pack ก่อน gap 10-15)
- 16/2566ไม่รับเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งไม่รับเรื่องร้องเรียน กรณี [นางสาว ก.] ขอให้ [นางสาว A] ลบภาพถ่ายที่มีภาพผู้ร้องเรียนและผู้ถูกร้องเรียนพร้อมครอบครัวออกจากสื่อสังคมออนไลน์ คณะกรรมการเห็นว่ากรณีเข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (กิจกรรมในครอบครัว — household exception) ที่มิให้ใช้ พ.ร.บ. นี้บังคับแก่การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลเพื่อกิจกรรมในครอบครัว อาศัยอำนาจมาตรา 74
- 17/2566ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นางสาว ก.] ร้องว่า [นาง A.] (เพื่อนบ้าน) ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ส่องเข้าบ้านของผู้ร้องเรียน คณะกรรมการตรวจสอบแล้วเห็นว่าผู้ถูกร้องเรียนได้ปรับมุมกล้องจนไม่สร้างความเดือดร้อน และผู้ร้องเรียนขอถอนคำร้องเรียน (19 ก.ค. 2566) อาศัยอำนาจมาตรา 74
- 18/2566ไม่รับเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งไม่รับเรื่องร้องเรียน กรณี [นางสาว ก.] (แพทย์) ถูก [นางสาว A] นำชื่อและภาพใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากเว็บไซต์แพทยสภาไปแอบอ้างเป็นแพทย์เสริมความงาม คณะกรรมการเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียนไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ถูกร้องเรียนเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่ฝ่าฝืน PDPA จึงไม่สามารถพิจารณาวินิจฉัยได้ ตามข้อ 8(2) ของระเบียบ คคส. อาศัยอำนาจมาตรา 74
- 19/2566ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นางสาว ก.] พบว่ามีการลงทะเบียนเบอร์โทรศัพท์โดยใช้บัตรประชาชนของตน 3 เลขหมายบน Application [บริษัท A] (2 เป็นของผู้ร้อง · 1 ไม่ใช่) จึงประสงค์ให้ยกเลิกเลขหมายที่ไม่ใช่ของตน คณะกรรมการตรวจสอบแล้ว ผู้ถูกร้องเรียนได้ยกเลิกแล้ว และผู้ร้องถอนเรื่องร้องเรียน (13 ก.ค. 2566) อาศัยอำนาจมาตรา 74
- 21/2566ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นางสาว ก.] ขอให้ [บริษัท A] ลบข้อมูลส่วนบุคคลของตนหลังไม่ผ่านการทดลองงาน (ร้องเมื่อ 26 มิ.ย. 2566 · ไม่ได้รับการตอบกลับ) คณะกรรมการตรวจสอบแล้ว ผู้ถูกร้องเรียนได้ลบและทำลายข้อมูลแล้วเมื่อ 18 ก.ค. 2566 จึงเป็นการปฏิบัติตาม PDPA ที่ถูกต้องครบถ้วน อาศัยอำนาจมาตรา 74 ประกอบข้อ 13(6) ของระเบียบ คคส.
- 24/2566ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นาย ก.] ร้องว่า [บริษัท A] (ผู้บริหารอาคารชุด) ติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV ส่องหน้าห้องชุดและเห็นรหัสกลอนประตูดิจิทัล คณะกรรมการเห็นว่าผู้ถูกร้องเรียนติดตั้งกล้องในลักษณะเดียวกันทุกชั้นตามมติเจ้าของอาคารชุด มิได้เลือกปฏิบัติ มีการติดป้ายแจ้ง และทำเพื่อรักษาความปลอดภัยพื้นที่ส่วนกลาง จึงเป็นการดำเนินการตามมาตรา 24 (5) ไม่ฝ่าฝืน PDPA แต่มีข้อเสนอแนะให้ระมัดระวังการบันทึกภาพที่อาจละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่เกี่ยวกับ security อาศัยอำนาจมาตรา 74
- 25/2566ไม่รับเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งไม่รับเรื่องร้องเรียน กรณี [นาง ก.] ร้องว่า [เพจ A] นำรูปภาพครอบครัวและทัศนคติเกี่ยวกับองค์กรและอาชีพการงานจากบัญชีส่วนบุคคลในสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ร้องเรียนไปโพสต์ในแฟนเพจของผู้ถูกร้องเรียนโดยไม่ได้รับความยินยอม คณะกรรมการเห็นว่าผู้ร้องเรียนมิได้ระบุชื่อ นามสกุล หรือสถานะบุคคลของผู้ถูกร้องเรียน เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องจึงไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะพิจารณาได้ ตามระเบียบ คคส. ว่าด้วยการยื่น การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565 อาศัยอำนาจมาตรา 74
- 30/2566ตักเตือน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งตักเตือน [บริษัท A] กรณี [นางสาว ก.] อดีตพนักงานบริษัทถูกเพื่อนร่วมงานเปิดดูเอกสารปรับโครงสร้างเงินเดือนประจำปี 2566 เนื่องจากความประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่แผนกทรัพยากรบุคคลที่ฝากส่งเอกสารผ่านบุคคลที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยไม่ปิดผนึกซองจดหมายเงินเดือน คณะกรรมการเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 83 · ผู้ถูกร้องเรียนต้องปรับปรุงมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรา 37(1) และข้อ 4(7) ของประกาศ คคส. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย พ.ศ. 2565 รวมทั้งพิจารณาช่วยเหลือเยียวยาผู้ร้องเรียนและรายงานผลภายใน 30 วัน · อาศัยอำนาจมาตรา 90
- 31/2566ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นางสาว ก.] ร้องว่า [บริษัท A] ในฐานะผู้จ้างงาน ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ร้องเรียน (หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัว ที่อยู่ของบุคคลในครอบครัว และข้อมูลการเข้ารับการรักษา [ข้อมูลสุขภาพ]) ให้แก่ [บริษัท B] เพื่อการตรวจสอบโดยไม่ได้รับความยินยอม คู่กรณีได้มีการเจรจาตกลงประนอมข้อพิพาทกันโดยเรียบร้อยแล้ว และผู้ร้องเรียนได้มีหนังสือขอถอนคำร้องเรียนต่อสำนักงาน คคส. เมื่อ 6 ตุลาคม 2566 จึงไม่มีประเด็นต้องวินิจฉัยต่อไปตามข้อ 13 (6) ของระเบียบ คคส. ว่าด้วยการยื่น การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565 · อาศัยอำนาจมาตรา 74
- 32/2566ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นางสาว ก.] (ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) ขอให้ [โรงพยาบาล A] ลบข้อมูลส่วนบุคคลออกจากระบบทะเบียนประวัติทั้งหมด คณะกรรมการเห็นว่าผู้ถูกร้องเรียนมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 6 และการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ร้องเรียน เป็นเรื่องที่กฎหมายบัญญัติให้อำนาจไว้โดยเฉพาะตามมาตรา 35 (3) แห่ง พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ที่กำหนดให้โรงพยาบาลจัดเก็บข้อมูลไว้อย่างน้อย 5 ปี อีกทั้งเป็นการจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในด้านเวชศาสตร์ป้องกัน การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพ การรักษาทางการแพทย์ ตามมาตรา 26 (5) (ก) การกระทำจึงไม่เป็นการฝ่าฝืน · อาศัยอำนาจมาตรา 74
- 33/2566ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นาย ก.] ร้องว่า [บริษัท A] ใช้โทรศัพท์และข้อความเสนอขายแพ็คเกจหลายครั้งโดยไม่ได้รับความยินยอม คณะกรรมการเห็นว่าผู้ถูกร้องเรียนใช้ฐานสัญญาที่ผู้ร้องเรียนเป็นผู้ใช้บริการ + มีการประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) และนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) เผยแพร่บนเว็บไซต์แล้ว จึงเป็นการดำเนินการตามมาตรา 23 · ภายหลังที่รับทราบว่าผู้ร้องเรียนไม่ประสงค์ติดต่อ บริษัทผู้ถูกร้องเรียนได้ยุติการกระทำดังกล่าวทุกช่องทางตั้งแต่ 31 มีนาคม 2566 จึงถือว่าปฏิบัติตามคำขอแล้วตามข้อ 13 (6) ของระเบียบ คคส. ว่าด้วยการยื่น การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565 · อาศัยอำนาจมาตรา 74
- 35/2566ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นางสาว ก.] ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ใน [หน่วยงาน A] ร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ภายในสำนักงานติดตั้งกล้องวงจรปิดที่หมุนได้รอบทิศทางโดยไม่ขอความยินยอมและไม่แจ้งวัตถุประสงค์ คณะกรรมการเห็นว่าผู้ถูกร้องเรียนมีสถานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 6 ที่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และเป็นการละเมิดสิทธิ แต่ภายหลังผู้ถูกร้องเรียนได้ถอดกล้องวงจรปิดออกแล้ว ถือว่าได้ปฏิบัติตามคำขอของผู้ร้องเรียนตามข้อ 13 (3) ของระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 อาศัยอำนาจมาตรา 74
- 38/2566ไม่รับเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งไม่รับเรื่องร้องเรียน กรณีไม่ปรากฏผู้ร้องเรียน (บัตรสนเท่ห์) ขอให้ [มหาวิทยาลัย A] ยกเลิกการลงเวลาปฏิบัติงานด้วยวิธีสแกนใบหน้า โดยมหาวิทยาลัยแจ้งว่ามีการขอความยินยอมจากผู้ปฏิบัติงานและเปิดให้ใช้วิธีการอื่น (เช่น กดรหัส) ได้ คณะกรรมการเห็นว่าคำร้องเรียนเป็นบัตรสนเท่ห์ที่ไม่ปรากฏชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ จึงไม่ชัดเจนและไม่ครบถ้วนตามข้อ 8 (1) ของระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 อาศัยอำนาจมาตรา 74 ประกอบข้อ 13 (1) ของระเบียบฯ
- 2/2567ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นางสาว ข.] โดย [นาย ก. ผู้รับมอบอำนาจ] ร้องเรียนว่า [นาย B ที่ 2] ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ส่องเข้าบริเวณที่อยู่อาศัยของผู้ร้องเรียน คณะกรรมการเห็นว่า [นาย B ที่ 2] เป็นเจ้าของบ้านที่ตั้งบนที่ดินกรรมสิทธิ์ของ [บริษัท A ที่ 1] ติดตั้งกล้องเพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณที่อยู่อาศัย ไม่ปรากฏการนำข้อมูลไปเผยแพร่หรือใช้ในทางผิดกฎหมาย จึงเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์ส่วนตน ตามมาตรา 4 (1) — ไม่อยู่ภายใต้บังคับ PDPA · อาศัยอำนาจมาตรา 74
- 4/2567ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นาย ก.] ร้องเรียน [บริษัท A.] ซึ่งเป็นบริษัทขนส่ง ว่ามีบุคคลแอบอ้างใช้ชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ร้องเรียน จัดส่งพัสดุของบริษัทขนส่งดังกล่าว โดยผู้ร้องเรียนได้รับแจ้งทางแอปพลิเคชันว่าตนเป็นผู้จัดส่งทั้งที่ไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด จึงขอให้ตรวจสอบกรณีนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม คณะกรรมการเห็นว่าคู่กรณีได้เจรจาตกลงประนอมข้อพิพาทกันเรียบร้อย และผู้ร้องเรียนมีหนังสือขอถอนคำร้องเรียนเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 จึงไม่มีประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัยตามข้อ 13 (6) ของระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2566 อาศัยอำนาจมาตรา 74
- 5/2567ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นาย ก.] ร้องเรียน [นางสาว A.] ผู้ให้เช่าบ้าน ว่าหลังผู้ร้องเรียนอยู่ไม่ครบสัญญาและไม่ได้รับคืนเงินประกัน ผู้ถูกร้องเรียนได้ถ่ายภาพสัญญาเช่าและสภาพบ้านเช่าหลังส่งคืน เผยแพร่ลงใน Facebook โดยปกปิดเฉพาะชื่อตัว ชื่อสกุล แต่ไม่ปกปิดที่อยู่ตามทะเบียนบ้านและที่อยู่บ้านเช่า คณะกรรมการเห็นว่าการเผยแพร่ดังกล่าวเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่กระทำเพื่อประโยชน์ส่วนตน อันเป็นกรณีข้อยกเว้นตามมาตรา 4 (1) — ไม่อยู่ภายใต้บังคับ PDPA แต่เป็นเรื่องพิพาทตามกฎหมายอื่น · อาศัยอำนาจมาตรา 74
- 10/2567ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นาย ก.] บิดาและผู้ใช้อำนาจปกครองของนักเรียน ร้องว่า [นาย A.] บุกรุกบริเวณโรงเรียนแล้วใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพถ่ายและวิดีโอนักเรียนโดยไม่ได้รับความยินยอม คณะกรรมการตรวจสอบ CCTV + พยานบุคลากรโรงเรียน + เจ้าหน้าที่เทศกิจ พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีพยานหลักฐานเป็นประจักษ์ชัดเจน · ผู้ถูกร้องเรียนชี้แจงว่าบันทึกภาพเจ้าหน้าที่เทศกิจขณะตรวจสอบการบุกรุกลำรางสาธารณะที่มีข้อพิพาท ไม่ได้มีเจตนาบันทึกบุคคลอื่น และไม่ได้นำไปเปิดเผย · กรณีจึงเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลเพื่อประโยชน์ส่วนตนตามมาตรา 4 (1) ซึ่งไม่อยู่ภายใต้อำนาจการพิจารณาวินิจฉัยของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ · อาศัยอำนาจมาตรา 74
- 13/2567ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นาย ก.] เจ้าของห้องชุดร้องว่ากรรมการของ [นิติบุคคล A.] อาคารชุดได้ส่งข้อความทวงค่าจอดรถค้างชำระ 11 เดือนในกลุ่ม LINE ที่มีสมาชิก 290 คน คณะกรรมการเห็นว่าผู้ถูกร้องเรียน (นิติบุคคล) มิได้เป็นผู้จัดตั้งกลุ่ม LINE → ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับกลุ่มดังกล่าว · ข้อความทวงไม่ระบุชื่อ ที่อยู่ หมายเลขห้องพัก หรือข้อมูลอื่นใดของผู้ร้องเรียนเจาะจง → ไม่สามารถระบุตัวผู้ร้องเรียนทั้งทางตรงหรือทางอ้อม → ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 6 · ไม่ขัด PDPA · แนะให้ผู้ถูกร้องเรียนเคร่งครัด ระมัดระวังการใช้/เปิดเผยข้อมูลของเจ้าของร่วมนอกเหนือวัตถุประสงค์ · อาศัยอำนาจมาตรา 74
-
16/2567ตักเตือน
คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งให้ [บริษัท A.] ดำเนินการแก้ไขระบบการตั้งค่าให้ความยินยอมโดยอัตโนมัติ (Default Opt-in · pre-checked tickbox) บนแอปพลิเคชันสะสมคะแนนสมาชิก ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง · ข้อเท็จจริง: [นาย ก.] ได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์โดย [บริษัท B.] ซึ่งเป็นผลจากแอปฯ ของผู้ถูกร้องเรียนที่ส่งต่อข้อมูลสมาชิกไปยังบริษัทพันธมิตร โดยระบบตั้งเครื่องหมายถูก (✔) ในช่องยินยอมไว้ล่วงหน้าโดยอัตโนมัติเมื่อกดยอมรับข้อตกลงเงื่อนไขการใช้บริการ · คณะกรรมการเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนแนวทางการขอความยินยอมตามมาตรา 19 ที่ประกาศโดย คคส. · อำนาจ ม.90 · ห้าม pre-check ความยินยอม + ให้แยก Opt-in อิสระจากการตกลงเงื่อนไขการใช้บริการให้ชัดเจน · เจ้าของข้อมูลต้องมีอิสระในการแสดงเจตนาด้วยตนเอง
มาตราที่ละเมิดมาตรา 19
- 17/2567ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นาย ก.] อดีตพนักงานของ [บริษัท A.] ร้องว่านายจ้างถ่ายภาพระหว่างปฏิบัติงาน + นำไปเผยแพร่บนแอปพลิเคชันของพนักงานเพื่อประชาสัมพันธ์ผลงาน โดยไม่ได้รับความยินยอม คณะกรรมการเห็นว่าผู้ถูกร้องเรียนมีสถานะเป็นนายจ้าง มีสัญญาจ้าง และมี Privacy Notice แจ้งไว้ → เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 6 · การเก็บภาพถ่ายขณะปฏิบัติงานเป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญา (เจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญา) + ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 24 (3) และ (5) · การเผยแพร่บนแอปฯ ของพนักงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัว และอยู่ในการมอบหมายให้พนักงานช่วยกันประชาสัมพันธ์ผลงาน · ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 24 (3)+(5) ประกอบมาตรา 27 · อีกทั้งผู้ถูกร้องเรียนลบภาพตามคำขอแล้ว ตามข้อ 13 (6) ของระเบียบ คคส. · อาศัยอำนาจมาตรา 74
- 18/2567ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นางสาว ก.] ในฐานะมารดาของเจ้าของข้อมูล ร้องเรียน [นางสาว B. ที่ 2] พนักงานของ [หน่วยงาน A. ที่ 1] ที่นำข้อมูลชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ชื่อผู้ปกครอง และใบรับสวัสดิการของบุตรไปเปิดเผยประกอบการเบิกความต่อศาลในคดีหมิ่นประมาท ต่อมาผู้ร้องเรียนมีหนังสือขอถอนคำร้องเรียน เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2566 จึงไม่มีประเด็นต้องพิจารณาวินิจฉัย ตามข้อ 13 (6) ของระเบียบ คคส. พ.ศ. 2565 อาศัยอำนาจมาตรา 74
- 19/2567ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณีครอบครัวผู้ร้องเรียน (บิดา/มารดา/บุตร) ร้องเรียน [เพจเฟซบุ๊กบัญชีส่วนตัว 2 บัญชี] ที่กดสติกเกอร์แสดงความไม่พอใจในเพจขายสินค้าของผู้ร้องเรียน ทำให้ [เพจ ที่ 1] นำข้อความและภาพโปรไฟล์ของผู้ร้องเรียนไปโพสต์ในเพจของตน ทำให้เกิดความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง คณะกรรมการเห็นว่าการกระทำของผู้ถูกร้องเรียนเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์ส่วนตน ตามมาตรา 4 (1) — ไม่อยู่ภายใต้บังคับ PDPA แต่เป็นเรื่องพิพาทตามกฎหมายอื่น · อาศัยอำนาจมาตรา 74
- 55/2567ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นาย ก.] ร้องเรียน [บริษัท A] ที่ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ให้พนักงานทุกคนในบริษัททราบถึงบันทึกสาเหตุการเลิกจ้างผู้ร้องเรียน ซึ่งประกอบไปด้วยชื่อตัว ชื่อสกุล ตำแหน่งงาน และพฤติกรรมการกระทำความผิดตามสัญญาจ้าง คณะกรรมการเห็นว่าผู้ถูกร้องเรียนเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 6 · บันทึกดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคล · แต่การแจ้งเป็นการภายในบริษัทเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ร้องเรียนติดต่อกับพนักงานคนอื่น มิได้เปิดเผยภายนอก ไม่ปรากฏข้อความเป็นเท็จหรือใส่ความ · เป็นการกระทำตามสมควรและจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการภายในธุรกิจ ซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสิทธิขั้นพื้นฐาน · เข้าข้อยกเว้น ม.24 (5) — สามารถใช้และเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมตาม ม.27 · อาศัยอำนาจมาตรา 74
- 8/2568ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นาย ก.] ร้องเรียน [บริษัท A] ที่เปิดเผยภาพถ่ายบัตรประชาชนของผู้ร้องเรียน (ชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด) และภาพโพรไฟล์ Facebook ผ่านบัญชีผู้ใช้ Facebook เพื่อทวงค่าเสียหายจากการละเมิดสัญญาเช่าห้องพัก คณะกรรมการเห็นว่าผู้ถูกร้องเรียนเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 6 · การเก็บข้อมูลจากการทำสัญญาเช่าเป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญา (ม.24 (3)) · แต่การใช้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์แห่งสัญญาและเปิดเผยโดยไม่ได้รับความยินยอม จึงเป็นการฝ่าฝืน ม.27 วรรคหนึ่ง · อย่างไรก็ดี ผู้ถูกร้องเรียนได้ระงับการเผยแพร่ตามคำขอแล้ว · ตามข้อ 13 (6) ของระเบียบ คคส. พ.ศ. 2565 อาศัยอำนาจมาตรา 74
-
31/2568ตักเตือน
คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีคำสั่งตักเตือน กรณี [นางสาว ก.] อดีตพนักงาน ร้องเรียน [บริษัท A. มหาชน] ที่ปิดป้ายประชาสัมพันธ์ในบริษัทแสดงภาพถ่ายของผู้ร้องเรียน ณ ที่ทำงานแห่งใหม่ พร้อมหน้าเพจ Facebook และสำเนาคำฟ้องคดีแรงงาน แม้เบลอใบหน้าและปกปิดชื่อ-นามสกุล แต่พนักงานเดิมจดจำได้ทันที คณะกรรมการเห็นว่าผู้ถูกร้องเรียนเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 6 · ภาพดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุตัวทางอ้อม · การปิดป้ายมีลักษณะเป็นการประจานเกินความจำเป็น ไม่เข้าข้อยกเว้น ม.24 (5) · เป็นการฝ่าฝืน ม.27 · จึงมีคำสั่งตักเตือนให้ปฏิบัติตาม ม.27 + ลบทำลายข้อมูลตาม ม.33 + รายงานผลภายใน 30 วัน · อาศัยอำนาจมาตรา 74 ประกอบมาตรา 90
มาตราที่ละเมิดมาตรา 27
คณะที่ 3 (5 ฉบับ)
- 1/2567ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 3 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นาย ก.] ซึ่งเป็นวิศวกรชำนาญการใน [หน่วยงานของรัฐ] ร้องเรียนว่าผู้ถูกร้องเรียนเก็บข้อมูลจำลองลายนิ้วมือและข้อมูลภาพจำลองใบหน้าสำหรับใช้กับเครื่องบันทึกการลงเวลาปฏิบัติราชการแบบอัตโนมัติ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563 และเพิกเฉยต่อคำขอลบของผู้ร้องเรียนตามมาตรา 33 · คณะกรรมการเห็นว่าข้อมูลถูกเก็บก่อน PDPA บังคับใช้ จึงเก็บและใช้ต่อได้ตามมาตรา 95 วรรคหนึ่ง แต่เมื่อเจ้าของข้อมูลใช้สิทธิลบ ผู้ถูกร้องเรียนต้องปฏิบัติตามมาตรา 33 ประกอบมาตรา 95 วรรคสอง · ภายหลังผู้ถูกร้องเรียนได้ลบข้อมูลตามคำขอแล้วและผู้ร้องเรียนยืนยัน (16 มิ.ย. 2567) จึงไม่เป็นการฝ่าฝืน ตามข้อ 13(6) ระเบียบ คคส. ว่าด้วยการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565 · มีข้อแนะนำให้กำหนดวิธียกเลิกความยินยอม + สร้างความตระหนัก + จัดมาตรการความมั่นคงปลอดภัย ม.37(1) · อาศัยอำนาจมาตรา 74
- 2/2567ตักเตือน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 3 มีคำสั่งตักเตือน [หน่วยงานของรัฐ] กรณี [นางสาว ก.] ร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกร้องเรียน (ลูกจ้างซึ่งช่วยปฏิบัติงานทะเบียนราษฎร) นำรหัสผ่านของเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่เข้าใช้ระบบสืบค้นทะเบียนราษฎรของผู้ร้องเรียนและบุตร โดยไม่ได้รับคำขอหรือมอบอำนาจ และแอบถ่ายภาพสูติบัตรของบุตรผู้ร้องเรียนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่งให้บุคคลภายนอกนำไปเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ · คณะกรรมการเห็นว่าเป็นการใช้/เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไม่ชอบตามมาตรา 19 ประกอบมาตรา 27 และเจ้าหน้าที่ผู้มีรหัสผ่านไม่จัดเก็บรหัสเป็นความลับ เป็นการไม่จัดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตามมาตรา 37(1) · มีคำสั่ง 3 ข้อ: (1) ตักเตือน + บันทึกประวัติ (ปัจจัยข้อ 8 ประกาศ คคส. หลักเกณฑ์ปรับ 2565) · (2) สร้างความตระหนักรู้บุคลากรตามมาตรา 37(1) ประกอบประกาศ คคส. มาตรการความมั่นคงปลอดภัย 2565 ข้อ 4(7) · (3) รายงานผลภายใน 30 วัน · อาศัยอำนาจมาตรา 90
- 6/2568ไม่รับเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 3 มีคำสั่งไม่รับเรื่องร้องเรียนไว้พิจารณา กรณี [นางสาว ก.] ที่ 1 และ [นาย ข.] ที่ 2 ร้องเรียน [หน่วยงาน A] ว่าเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกร้องเรียนได้เข้าจับกุมผู้ร้องเรียนทั้งสองบริเวณประตูทางเข้าอาคาร โดยแจ้งรายละเอียดเหตุแห่งการจับตามหมายจับให้ผู้ร้องเรียนทั้งสองทราบในขณะที่มีประชาชนอยู่บริเวณใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก ทำให้เสียชื่อเสียง · คณะกรรมการเห็นว่าการดำเนินการตามมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกจับโดยมีหมายจับ ไม่มีข้อจำกัดเรื่องการแจ้งในที่สาธารณะหรือต่อหน้าธารกำนัล ประกอบกับไม่ปรากฏข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่น จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา อันเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 4 (5) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายดังกล่าว · อาศัยอำนาจมาตรา 74 วรรคหนึ่ง
- 7/2568ไม่รับเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 3 มีคำสั่งไม่รับเรื่องร้องเรียนไว้พิจารณา กรณี [นาย ก.] ร้องเรียน [หน่วยงาน A] ว่าเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 ผู้ถูกร้องเรียนได้ตรวจค้นฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของผู้ร้องเรียน และนำไปเปิดเผยต่อบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม · คณะกรรมการเห็นว่าเหตุการละเมิดเกิดเมื่อสิงหาคม 2564 ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดขึ้นก่อนที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับ ตามมาตรา 2 แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานและกิจการที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่ง PDPA พ.ศ. 2563 และพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2564 ประกอบกับผู้ถูกร้องเรียนเป็นหน่วยงานของรัฐตามบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่ง PDPA · อาศัยอำนาจมาตรา 74 วรรคหนึ่ง ประกอบข้อ 13(3) ระเบียบ คคส. ว่าด้วยการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565
- 11/2568ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 3 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นาย ก.] ร้องเรียน [หน่วยงานของรัฐ A] ที่ 1 และ [หน่วยงานของรัฐ B] ที่ 2 (หน่วยงานตุลาการศาลยุติธรรม) ว่า: ผู้ร้องเรียนได้ยื่นร้องเรียน [หน่วยงาน B] เกี่ยวกับข้าราชการตุลาการ ต่อมา [หน่วยงาน B] ได้นำชื่อ-นามสกุลของผู้ร้องเรียนไปใช้และเปิดเผยในที่ประชุมและมีมติแจ้งความดำเนินคดีผู้ร้องเรียนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198, 326 ซึ่งผู้ร้องเรียนเห็นว่าเป็นการฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ์การสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นต้น พ.ศ. 2544 ข้อ 13 · คณะกรรมการเห็นว่าผู้ถูกร้องเรียนเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 6 · ประเด็น 1: การใช้/เปิดเผยในที่ประชุม = ม.24(5) ประโยชน์โดยชอบ + ม.24(6) ปฏิบัติตามกฎหมาย (ม.68 ว.1 ระเบียบข้าราชการตุลาการ 2543 + ประกาศ กต.) → ไม่ฝ่าฝืน · ประเด็น 2: การมอบอำนาจให้แจ้งความ = ม.24(6) + ม.26(4) ก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง → ไม่ฝ่าฝืน · อาศัยอำนาจมาตรา 74 วรรคสอง ประกอบ ข้อ 13(3) ระเบียบ คคส. ว่าด้วยการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565
คณะที่ 4 (2 ฉบับ)
- 1/2568ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 4 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นาย ก.] ร้องเรียน [โรงพยาบาล A.] ว่าเอกสารประวัติการรักษาของตน ซึ่งปรากฏชื่อตัว ชื่อสกุล ภาพถ่ายใบหน้า และผลการวินิจฉัยโรคอย่างชัดเจน ถูกนำไปใช้เป็นถุงกระดาษบรรจุขนมโตเกียว ทำให้ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง · ภายหลังคู่กรณีเจรจาไกล่เกลี่ยกัน ณ หน่วยงานของรัฐ (8 พ.ย. 2567) ผู้ถูกร้องเรียนยินยอมชดเชยค่าเสียหายจนเป็นที่พอใจ และผู้ร้องเรียนแจ้งความประสงค์ขอถอนคำร้องเรียน (11 พ.ย. 2567) · คณะกรรมการจึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 74 วรรคสอง ประกอบข้อ 13(6) ระเบียบ คคส. ว่าด้วยการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน
- 2/2568ยุติเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 4 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน กรณี [นางสาว ก.] ร้องเรียน [โรงพยาบาล B.] ว่า [นาง ข.] ญาติของผู้ร้องเรียนได้ติดต่อบุคคลภายในโรงพยาบาลของผู้ถูกร้องเรียนเพื่อสอบถามชื่อแพทย์และผลการตรวจเลือดของผู้ร้องเรียน แล้วส่งไฟล์ภาพผลการตรวจเลือดให้ผู้ร้องเรียนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยที่ผู้ร้องเรียนไม่ได้ให้ความยินยอม จึงทราบว่าข้อมูลผลการตรวจเลือดของตนถูกเปิดเผยโดยไม่ได้รับความยินยอม · ภายหลังคู่กรณีเจรจาไกล่เกลี่ยกัน ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (8 ม.ค. 2568) โดยทำเป็นบันทึกข้อตกลงว่าผู้ถูกร้องเรียนจะเก็บรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัดและไม่เปิดเผยกับบุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับความยินยอม และทั้งสองฝ่ายดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงครบถ้วนแล้ว · คณะกรรมการจึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 74 วรรคสอง ประกอบข้อ 13(6) ระเบียบ คคส. ว่าด้วยการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565 มีคำสั่งยุติเรื่องร้องเรียน